posttoday
‘ไทยลักซ์’พลิกมีกำไรหลังรับจ้างผลิต

‘ไทยลักซ์’พลิกมีกำไรหลังรับจ้างผลิต

25 กุมภาพันธ์ 2558

TLUXE กระจายความเสี่ยง รับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง เสริมผลิต-จำหน่ายอาหารสัตว์น้ำ หนุนผลงานปีนี้ พลิกกำไร

TLUXE กระจายความเสี่ยง รับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง เสริมผลิต-จำหน่ายอาหารสัตว์น้ำ หนุนผลงานปีนี้ พลิกกำไร

นายอนุโรจน์ เสนีย์ประกรณ์ไกร ประธานกรรมการ บริษัทไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (TLUXE ) เปิดเผยว่า บริษัทได้เซ็นสัญญารับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงให้กับบริษัท นูทริกซ์ ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นเวลา 3 ปี (2558-2560) รวมทั้งสิ้น 9 หมื่นตัน คิดเป็นยอดขายทั้งหมด 1,980 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในปีนี้ เทียบกับปี 2557 ที่มีผลขาดทุนอยู่ เนื่องจากธุรกิจอาหารกุ้งได้รับผลกระทบจากโรคตายด่วน (EMS) ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การรับจ้างผลิตให้นูทริกซ์ ส่งผลให้ยอดขายรวมของบริษัทในปี 2558 จะเพิ่มประมาณ 3,000 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 30% สูงกว่าเป้าเดิมที่วางไว้ว่าจะเติบโตราว 20% ส่วนธุรกิจอาหารกุ้งคาดว่าในปีนี้จะฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งที่จะมียอดผลิตประมาณ 2.5-3 แสนตัน จากปีก่อนที่ประมาณ 2 แสนตัน และคาดว่าใน 1-2 ปี ธุรกิจอาหารกุ้งจะกลับสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ การรับจ้างผลิตในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นตัน มียอดขายประมาณ 440 ล้านบาท ปี 2559 ผลิตอีกประมาณ 3 หมื่นตันยอดขายประมาณ 660 ล้านบาท และปี 2560 ผลิตประมาณ 4 หมื่นตัน มียอดขายประมาณ 880 ล้านบาท

“บริษัทวางเป้าหมายยอดขายจะเติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 15% ต่อปี หลังจากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำดีขึ้น และการเริ่มผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในเดือน มี.ค.เป็นต้นไป ซึ่งเป็นกลยุทธ์หนึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงแหล่งรายได้ และยังเป็นโอกาสที่จะเข้าไปทำแบรนด์สินค้าเองในอนาคตด้วย เพื่อให้ได้อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น เพราะการรับจ้างผลิตจะอยู่ที่ราว 12-15% ส่วนอาหารกุ้งแม้อัตรากำไรขั้นต้นจะมากกว่า 15% แต่ความเสี่ยงก็สูง ขณะที่อาหารสัตว์น้ำจะเกิน 12% ขึ้นไป” นายอนุโรจน์ กล่าว

นายโรจน์ภันธ์ เสนีย์ประกรณ์ไกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TLUXE กล่าวถึงนโยบายในอนาคตว่า บริษัทจะเป็นเจ้าของแบรนด์ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อสร้างอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น และธุรกิจมีการเติบโตที่สูงมาก มูลค่าตลาดที่ผลิตจากผู้ประกอบการในและต่างประเทศที่มีฐานการผลิตในไทยเบื้องต้นอยู่ที่ปีละประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโตกว่า 20% ต่อปี ขณะที่ธุรกิจอาหารกุ้งในช่วงภาวะปกติมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ2.5-3 หมื่นล้านบาท เติบโตราว 20% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการเป็นเจ้าของแบรนด์ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งขึ้นอยู่กับจังหวะที่เหมาะสมและความพร้อมของบริษัท

สำหรับการรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้สัดส่วนยอดขายที่มาจากอาหารสัตว์เลี้ยงในปี 2558 อยู่ที่มากกว่า 20% ของยอดขายรวมจากเดิมที่ไม่ถึง 10%

ขณะที่แผนศึกษาการสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อรองรับการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง คาดว่าจะสรุปการลงทุนในสิ้นปีนี้ ซึ่งโรงงานใหม่อยู่ในพื้นที่โรงงานเดิมใน จ.เพชรบุรี สงขลา หรือสมุทรสงคราม

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน