posttoday
เบิกจ่ายงบช้าลงทุนเอกชนไม่ขยับ

เบิกจ่ายงบช้าลงทุนเอกชนไม่ขยับ

24 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

การประเมินข้อมูลทางเศรษฐกิจของแทบทุกสำนักต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เครื่องมือหลักที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้จนเติบโตตามเป้าหมาย 3.5-4.5% คือการลงทุนในประเทศ เพราะการส่งออกจะยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีน ญี่ปุ่น ยุโรป ที่เป็นคู่ค้าสำคัญยังไม่ฟื้นตัว

เมื่อพิจารณาข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่าการลงทุนรวมมีสัดส่วนกว่า 25% ของมูลค่าจีดีพี มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง โดยไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 การลงทุนรวมขยายตัว 3.2% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 2.9% แต่ทั้งปียังคงลดลง 2.8%

เมื่อแยกประเภทพบว่า การลงทุนรัฐในไตรมาส 4/2557 กลับลดลง 0.3% เนื่องจากการชะลอของเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจ แต่การลงทุนภาคเอกชนกลับเติบโตขึ้นมาเป็น 4.1% จากไตรมาสก่อน 3.9%

ส่วนแนวโน้มตลอดปี 2558 ก็มีการประเมินว่า การลงทุนจะยังขยายตัวและเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ แต่ประเด็นที่ยังคงเป็นข้อกังวล คือ แรงส่งจากการลงทุนของภาครัฐ ที่ขณะนี้ยังคงมีปัญหาการเบิกจ่ายที่ล่าช้าจนที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2558 ต้องมีคำสั่งให้สำนักงบประมาณไปหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบลงทุน โดยมุ่งไปที่ 9 หน่วยงานที่มีงบลงทุนสูง คือ รวมกัน 2.44 แสนล้านบาท สูงกว่า 50% ของงบลงทุนปี 2558 รวมที่ 4.5 แสนล้านบาท ซึ่งหากเบิกจ่ายได้ 87% จะมีผลต่อเศรษฐกิจอย่างมาก

สศช.คาดว่าการลงทุนรวมปี 2558 จะขยายตัว 6% เอกชนขยายตัว 5% และลงทุนรัฐ 9.8%

“สุพันธุ์ มงคลสุธี” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การลงทุนเอกชนที่ขยายตัวได้จากโรงงานได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงปีที่ผ่านมามีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนเข้ามายังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สูงมาก ซึ่งกิจการเหล่านี้จะทยอยได้รับการอนุมัติส่งเสริมและลงทุน จึงน่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนได้

แต่ที่มีความกังวลมากสุด คือ การลงทุนของภาครัฐที่ยังพบว่าการเบิกจ่ายยังคงล่าช้า รวมถึงการส่งออก เพราะปีนี้มีแรงกดดันจาก กรณีที่ราคาน้ำมันลดลง ซึ่งไทยมีการส่งออกน้ำมันจะได้รับผล
กระทบไปด้วย ราคาสินค้าเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ อัตราแลกเปลี่ยนที่อาจจะแข็งค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง การถูกตัดสิทธิจีเอสพีจากยุโรป

“กลุ่มที่เป็นความหวังสำหรับการส่งออก คือ การค้าชายแดน ส.อ.ท.คาดการเติบโตจีดีพีและการส่งออกที่ 3.5% ซึ่งจีดีพีน่าจะเติบโตได้ แต่การส่งออกคงจะหืดจับพอสมควร ส่วนที่พอจะช่วยส่งออกได้ คือ การค้าชายแดนส่งสินค้าไปประเทศเพื่อนบ้าน” สุพันธุ์ กล่าว

เช่นเดียวกับ “อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.5-4% ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ คือ การลงทุนภาครัฐ ถ้าการเร่งรัดเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมาย จะเป็นแรงส่งให้จีดีพีโดยรวมขยายตัวได้ 4% ได้ไม่ยาก

“ตอนนี้การลงทุนเอกชนได้ปรับตัวดีขึ้นแล้ว ตามการได้รับอนุมัติ ร.ง.4 ของกิจการกว่า 4,000 แห่ง และกิจการที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้น” อิสระ กล่าว

“หิรัญญา สุจินัย” รักษาราชการแทนเลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ในปี 2557 ที่ผ่านมา การขอรับการส่งเสริมเข้ามามากเป็นประวัติการณ์ถึง 2.1 ล้านล้านบาท ซึ่งนักลงทุนที่ได้รับอนุมัติจะทยอยลงทุนใน 1-3 ปี ตามข้อกำหนดของบีโอไอ แต่หากเป็นโครงการขนาดเล็กมูลค่าลงทุนต่ำกว่า 200 ล้านบาทลงมา จะลงทุนมากในปี 2558 นี้

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่า การเติบโตของการลงทุนเอกชนปีนี้ที่ 7.2% เพราะจากการเก็บข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการเอกชน พบว่าในไตรมาสแรก
ปีนี้การลงทุนเอกชนจะยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน สอดคล้องกับแนวโน้มสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ความต้องการสินเชื่อของธุรกิจในไตรมาสแรกนี้เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอลง ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าจะยังชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความสามารถในการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐ ที่จะส่งผลต่อความมั่นใจของผู้ประกอบการและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมการลงทุนภาคเอกชนระยะต่อไปมีแนวโน้มดีขึ้นจากสัญญาณการฟื้นตัวของภาคก่อสร้าง และจำนวนโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ โดยพบว่าผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่ม ธุรกิจปิโตรเลียม และธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ มีแผนการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนผู้ประกอบการธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจเครื่องจักรสำนักงาน มีแผนการลงทุนขยายอาคารและโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ

จากมุมมองจากทั้งเอกชนและรัฐข้างต้น จะเห็นว่า ภาคเอกชนมีความพร้อมจะเดินหน้าลงทุน แต่ส่วนใหญ่ยังคงรอแรงส่งจากภาครัฐที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการเติบโตในปีนี้ ซึ่งล่าสุดพบว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนยังทำได้เพียง 15% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 41.8% ล่าช้าอยู่กว่า 1.2 แสนล้านบาท

เหลืออีกเดือนเศษก็จะสิ้นไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ หากผลการเบิกจ่ายยังคงห่างเป้าหมายทั้งปีที่ 87% อยู่มาก การลงทุนเอกชนที่จะเป็นพระเอกที่ผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต อาจง่อยเปลี้ยจนเศรษฐกิจไทยตกสะเก็ดได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ