
อีเอ็มซี เปิดเกมรุก ชูไอทีครบเครื่องเจาะองค์กร
ภาพรวมการลงทุนด้านไอซีทีขององค์กรธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทย ที่ไอดีซีคาดการณ์ไว้ในปี 2558
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ภาพรวมการลงทุนด้านไอซีทีขององค์กรธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทย ที่ไอดีซีคาดการณ์ไว้ในปี 2558 จะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8.1 แสนล้านบาท ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงบางราย ยอมรับว่ารับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างรวดเร็วไม่ทัน จึงไม่ทราบว่าควรจะปรับตัวกับกระแสนี้อย่างไร
นฐกร พจนสัจ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีเอ็มซีอินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผู้บริหารระดับสูงที่ไม่เข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีจะมองว่าการปรับตัวด้านไอทีอย่างรวดเร็ว สร้างความกดดันด้านการลงทุน เพื่อให้ทันต่อกระแส ดังนั้นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทจะปรับรูปแบบการใช้งานเทคโนโลยีให้ง่ายขึ้น
“ภาพรวมตลาดไอทีที่อีเอ็มซีประเมิณว่าน่าจะโต 20% นั้น จะเป็นในด้านคอมเมอร์เชียลอย่างเดียว ไม่รวมสินค้ากลุ่มคอนซูเมอร์ ซึ่งปัญหาด้านการเมืองและภัยธรรมชาติ ไม่ได้ส่งผลด้านปัจจัยเชิงลบในการดำเนินธุรกิจอีกต่อไป ดังนั้นปัญหาหลักจึงกลายมาเป็นความเข้าใจด้านเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาปรับรูปแบบการใช้งานมากขึ้น” นฐกร กล่าว
การสนับสนุนของภาครัฐในนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีนั้น สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการ คือ อินฟราสทรัคเจอร์ที่ดี เพื่อช่วยกระตุ้นให้ภาคธุรกิจตระหนักถึงการใช้งานเทคโนโลยีมากขึ้น โดยแพลตฟอร์มที่ 3 จะประกอบไปด้วย โมบิลิตี้ คลาวด์ บิ๊กดาต้า/การวิเคราะห์ สังคมออนไลน์เชิงธุรกิจ (โซเชียลบิซิเนส) ถือว่าเปลี่ยนไปจากแพลตฟอร์มที่ 2 ที่มีเพียงแค่อุปกรณ์อย่าง พีซี โน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อปเท่านั้น
ทางด้านค่าเฉลี่ยของแพลตฟอร์มที่ 3 นี้ ไอดีซีได้คาดการณ์เทรนด์การใช้งานไว้ตั้งแต่ปี 2013-2020 ว่า ในเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น (APeJ) จะเริ่มมีการหันมาใช้งานแพลตฟอร์มที่ 3 เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 17% ในขณะที่แพลตฟอร์มที่ 2 ค่อยๆ เริ่มลดลง 0.7% เช่นกัน
ขณะที่องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องการที่จะตัดสินใจลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานแบบผสานรวมมากขึ้น เพื่อลดความยุ่งยากในการทำงาน จากผลสำรวจกลุ่มลูกค้าของอีเอ็มซี พบว่า 31% ต้องการซื้ออุปกรณ์มาเพื่อใช้งานได้ทันที เช่นเดียวกับอีก 31% ที่ต้องการให้สตอเรจ เซิร์ฟเวอร์และเน็ตเวิร์กทำงานร่วมกันได้ในอุปกรณ์เดียวกันนี้ และต้องการให้อุปกรณ์ติดตั้งนี้ประหยัดไฟและพื้นที่จัดเก็บอีก 9%
สำหรับผลิตภัณฑ์ล่าสุดของบริษัท ได้แก่ EMC Vspex Blue ได้เข้ามาตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยจะเป็นอุปกรณ์ที่ครบเครื่องด้านการทำงานทั้งเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ เน็ตเวิร์ก และระบบประมวลผลให้ทำงานผ่านกล่องเดียว ซึ่งเหมาะกับองค์กรทุกขนาดไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่แต่มีปริมาณข้อมูลจำนวนมาก โดยเชื่อว่าหลังการนำเสนอสินค้านี้อย่างเป็นทางการลูกค้าที่มีไพรเวตคลาวด์จะหันมาปรับใช้งานกันมากขึ้น
ทั้งนี้ อีเอ็มซี คาดว่า EMC Vspex Blue จะเป็นสินค้าที่สามารถสร้างรายได้ให้บริษัทมากกว่า 100% เพราะยังไม่เคยมีใครนำความสามารถทางเทคโนโลยีมารวมกันแบบนี้ สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมในไทยที่เป็นเป้าหมายในการเข้าไปทำตลาดอย่างทันที คือ ธนาคาร โทรคมนาคม และประกันภัย ถือว่าเป็น 3 ธุรกิจแรกที่ค่อนข้างมีความพร้อมในการลงทุนอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังต้องการเจาะตลาดกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการใช้งานคลาวด์โดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ให้วุ่นวาย
การปรับตัวมาพัฒนาธุรกิจและรูปแบบสินค้าใหม่ๆ ให้ทำงานได้ง่ายขึ้น นอกจากจะเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ของอีเอ็มซีแล้ว ยังช่วยให้การหันมาใช้งานเทคโนโลยีของคนไทย ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป







