
คว้าโอกาสอาเซียน+3
การค้าขายระหว่างประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเติบโตสูงในระดับสองหลักทุกปี ตามข้อมูลที่ “บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์” ได้คาดการณ์ไว้ว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 3.5 แสนล้านบาท เติบโต 10% สอดคล้องกับตลาดอาเซียนมีขนาดใหญ่และเติบโตกว่าไทยถึง 6 เท่าตัวเช่นกัน ดังนั้น อาเซียนและอาเซียน บวก 3 ที่ประกอบด้วย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น จึงมีความน่าสนใจเข้าไปรุกทำธุรกิจอย่างมาก
การค้าขายระหว่างประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเติบโตสูงในระดับสองหลักทุกปี ตามข้อมูลที่ “บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์” ได้คาดการณ์ไว้ว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 3.5 แสนล้านบาท เติบโต 10% สอดคล้องกับตลาดอาเซียนมีขนาดใหญ่และเติบโตกว่าไทยถึง 6 เท่าตัวเช่นกัน ดังนั้น อาเซียนและอาเซียน บวก 3 ที่ประกอบด้วย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น จึงมีความน่าสนใจเข้าไปรุกทำธุรกิจอย่างมาก
อีกทั้งผู้บริโภคอาเซียนก็ชื่นชอบสินค้าไทยสูงสุดเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งหลายองค์กรของภาครัฐได้แนะนำมาว่าควรเริ่มจากการศึกษาข้อมูลตลาด พฤติกรรมลูกค้าและภาวะเศรษฐกิจก่อน
ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐ ทั้ง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมหนุนเอสเอ็มอีไปลงทุนและจับคู่ทางธุรกิจกับคู่ค้าในอาเซียน ถือเป็นการขยายช่องทางขายใหม่เพื่อชดเชยตลาดในประเทศที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว
ยกตัวอย่าง “หจก.พรมัฆวาน อินเตอร์เทรด” ทำธุรกิจเครื่องดื่มรังนกกึ่งสำเร็จรูป แบรนด์ “ฮ่องเต้” สร้างยอดขายในจีนได้เดือนละกว่า 1 ล้านขวด และมียอดขายโต 7-8 เท่าตัวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ส่วน “บริษัท เค.อาร์.เอส. สไปร์ซี่ฟู้ดส์” ได้คู่ค้าญี่ปุ่น คือ ห้างอิออน นำแบรนด์ “เจ๊เล็ก (J-Lek)” ไปตลาดญี่ปุ่นกว่า 4 ปี วางขายในห้างอิออนที่ญี่ปุ่นกว่า 1,000 สาขา การหาพันธมิตรจะช่วยเพิ่มโอกาสและลดความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการ







