
เปิดพอร์ต
กระแสหุ้นที่นำเสนอขายให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ร้อนแรงและสามารถสร้างกำไรให้กับผู้ที่มีโอกาสจองซื้อหุ้นได้ชนิดถล่มทลาย โดยเฉพาะปี 2557 ซึ่งถือเป็นปีทอง โดยมีหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 16 บริษัท และเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) อีกจำนวน 20 บริษัท จนมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอรวม 304,797 ล้านบาท สูงที่สุดในอาเซียนเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ลองมาดูกันว่าใครที่ขึ้นทำเนียบเศรษฐีหุ้นจองกันบ้าง
กระแสหุ้นที่นำเสนอขายให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ร้อนแรงและสามารถสร้างกำไรให้กับผู้ที่มีโอกาสจองซื้อหุ้นได้ชนิดถล่มทลาย โดยเฉพาะปี 2557 ซึ่งถือเป็นปีทอง โดยมีหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 16 บริษัท และเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) อีกจำนวน 20 บริษัท จนมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอรวม 304,797 ล้านบาท สูงที่สุดในอาเซียนเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ลองมาดูกันว่าใครที่ขึ้นทำเนียบเศรษฐีหุ้นจองกันบ้าง
“โพสต์ทูเดย์” สรุปให้เฉพาะเศรษฐีหุ้นจอง 5 อันดับแรก พบว่าบุคคลที่มักจะได้รับการจัดสรรขึ้นอยู่กับบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นแกนนำในการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหรืออันเดอร์ไรเตอร์และที่ปรึกษาการเงินด้วย รวมถึงบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์ด้วยเช่นกัน แต่นักลงทุนจะได้กำไรมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การลงทุน บ้างก็ขายทำกำไรวันแรก เพราะราคาล่อใจเหลือเกิน ซิลลิ่ง 200% สำหรับการลงทุนไม่เกิน 2 สัปดาห์ แต่ก็มีบางคนที่ไม่ขาย กลับซื้อเพิ่มและถือลงทุนระยะยาว
มาดูหุ้น “ไอพีโอ” ที่ผ่านมือบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโบรกเกอร์ที่นำหุ้นเข้าจดทะเบียนมากในอันดับต้นๆ และทุกตัวให้ผลตอบแทนที่ดีมาก พบว่า กนกศักดิ์ ปิ่นแสง ได้รับการจัดสรรหุ้นเกือบทุกตัว เช่น หุ้นร้อนแรงอย่างบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) ขายจำนวน 545 ล้านหุ้น ที่ราคา 5.50 บาท ล่าสุดราคากระโดดมาที่ 20.10 บาท โดยกนกศักดิ์ได้รับมากที่สุด 6.50 ล้านหุ้น ใช้เงินลงทุน 35.75 ล้านบาท หรือ 1.19% รองมาคือ มารชัย กองบุญมา ได้ 6.31 ล้านหุ้น เป็นเงิน 34.72 ล้านบาท 3.กิตติภัต สุทธิสัมพันธ์ ได้ 5.50 ล้านหุ้น เป็นเงิน 30.25 ล้านบาท และ 4.อนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับ 5.20 ล้านหุ้น เป็นเงิน 28.60 ล้านบาท และ 5.สมศักดิ์ ติรกานันท์ ได้รับจำนวน 5 ล้านหุ้น เป็นเงิน 27.50 ล้านบาท
ส่วนหุ้นบริษัท ลีซ อิท (LIT) เสนอขาย 90 ล้านหุ้น ในราคา 1.80 บาท วันแรกปิดที่ 2.06 บาท ปัจจุบันมายืนอยู่ที่ 4.48 บาท กนกศักดิ์ต้องถอยให้ มินทร์ อิงค์ธเนศ นอกจากจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ LIT แล้ว ยังเป็นผู้มีอุปการคุณของฟินันเซียด้วย จึงได้มากที่สุดจำนวน 6.12 ล้านหุ้น มูลค่า 11.01 ล้านบาท หรือ 6.8% 2.เกริกไกร ไตรบัญญัติกุล 1 ล้านหุ้น มูลค่า 1.8 ล้านบาท หรือ 1.11% ส่วนอันดับ 3-5 คือ วิจิตร โภคะกุล นพดล อนุรักษ์ชัยวิทย์ และกำธร พูนศักดิ์อุดมสิน ซึ่งได้รับเป็นหลักแสนหุ้นเท่านั้น
สำหรับหุ้นที่มี บล.เอเซีย พลัส เป็นที่ปรึกษาและแกนนำอันเดอร์ไรท์ เช่น หุ้นอิชิตัน (ICHI) กลุ่มเสี่ยป๋อง-วัชระ แก้วสว่าง ได้ไปมากที่สุด ICHI ขายจำนวน 300 ล้านหุ้น ในราคา 13 บาท ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ 23.20 บาท โสภิศ แก้วสว่าง ได้อันดับหนึ่ง จำนวน 6 ล้านหุ้น เป็นเงิน 78 ล้านบาท 2.บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) ได้ 5 ล้านหุ้น เป็นเงิน 65 ล้านบาท 3.ภูริต ภิรมย์ภักดี ได้ 3 ล้านหุ้น เป็นเงิน 39 ล้านบาท 4.วัชระ ได้ 2.6 ล้านหุ้น เป็นเงิน 33.80 ล้านบาท และ 5.ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม หรืออากู๋แห่งแกรมมี่ ซื้อ 2.50 ล้านหุ้น เป็นเงิน 32.50 ล้านบาท และ 5.สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล หรือเสี่ยปู่ ได้รับการจัดสรร 1 ล้านหุ้น เป็นเงิน 13 ล้านบาท
หุ้นไอพีโอที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย คือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) ขาย 250 ล้านหุ้น ราคา 6.90 บาท ปัจจุบันพุ่งกระฉูดมาอยู่ที่ 38 บาท วราณี เสรีวิวัฒนา ได้เท่ากับสุนันทา สีตะประดิษฐ์ จำนวน 5 ล้านหุ้น เป็นเงิน 34.5 ล้านบาท 3.วัชระ 2.40 ล้านหุ้น เป็นเงิน 16.56 ล้านบาท กิตติพันธ์ เยี่ยมรักชาติ จำนวน 2.20 ล้านหุ้น เป็นเงิน 15.18 ล้านบาท และนริศรา กิจพิพิธ จำนวน 2 ล้านหุ้น เป็นเงิน 13.80 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ไอพีโอที่ราคาวันแรกต่ำกว่าจองและมาถึงวันนี้ก็ยังคงต่ำอยู่ อย่างบริษัท การบินกรุงเทพ (BA) หรือบางกอกแอร์เวย์ส ที่ บล.บัวหลวง เป็นแกนนำขายหุ้น 520 ล้านหุ้น ราคา 25 บาท ล่าสุดมาอยู่ที่ 20.10 บาท ซึ่งบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ซื้อมากที่สุด 19 ล้านหุ้น เป็นเงิน 475 ล้านบาท นภมาศ ลัดพลี ซื้อจำนวน 8.06 ล้านหุ้น เป็นเงิน 201.63 ล้านบาท โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ซื้อ 2.75 ล้านหุ้น เป็นเงิน 68.75 ล้านบาทนวลพรรณ ล่ำซำ ซื้อ 1.52 ล้านหุ้น เป็นเงิน 38.12 ล้านบาท และยังมี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซื้อจำนวน 1.01 ล้านหุ้น เป็นเงิน 25.11 ล้านบาท เป็นต้น
สมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า แนวโน้มหุ้นไอพีโอในปี 2558 ยังคงดีต่อเนื่อง เพราะตลาดหุ้นน่าจะยังไปได้จากสภาพคล่องไหลเข้ามาจากคิวอีของยุโรปและหุ้นไอพีโอยังได้รับความสนใจ ทั้งนี้บริษัทที่เข้ามาประมาณ 90% ให้ผลตอบแทนมากกว่าราคาขาย
ฟินันเซียในฐานะที่ปรึกษาใช้หลักเกณฑ์ในการจัดสรรหลักๆ ประมาณ 90% จะแบ่งให้ตามปริมาณการซื้อขายของลูกค้า หรือมาจากค่าคอมมิชชั่น ซึ่งเรื่องการจัดสรรจะต้องมีความชัดเจนและมีกฎเกณฑ์กัน
อยู่แล้ว นอกจากนี้ก็จะมีบ้างในส่วนของลูกค้าที่มีอุปการคุณกับบริษัท เป็นต้น







