posttoday
ธรรมกาย ภัยร้ายของชาติ ศาสนา

ธรรมกาย ภัยร้ายของชาติ ศาสนา

23 กุมภาพันธ์ 2558

กลายเป็นกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง เมื่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม มีมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ธัมมชโยไม่มีความผิด  ผมไม่สู้จะแปลกใจนักกับผลการพิจารณาของมหาเถรสมาคม ในกรณีธัมมชโยแห่งวัดธรรมกาย  แต่ผมแปลกใจกับเหตุผลที่ใช้อ้างในการปกป้องธัมมชโยจากปาราชิก  ที่ไม่แปลกใจในผลการพิจารณานั้น เพราะเป็นที่รู้กันว่ากรรมการมหาเถรสมาคมกว่าครึ่ง อยู่ภายใต้การดูแลอุปถัมภ์ของธรรมกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์แห่งวัดปากน้ำนั้นคือธรรมกาย ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมของวัดธรรมกาย รับนิมนต์ รับซองจากธรรมกายเป็นประจำ และยังเข้าร่วมชื่นชมกับการธุดงค์ในป่าคอนกรีต ชื่นชมกับการเดินเหยียบย่ำดอกไม้บนพื้นถนน

กลายเป็นกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง เมื่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม มีมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ธัมมชโยไม่มีความผิด  ผมไม่สู้จะแปลกใจนักกับผลการพิจารณาของมหาเถรสมาคม ในกรณีธัมมชโยแห่งวัดธรรมกาย  แต่ผมแปลกใจกับเหตุผลที่ใช้อ้างในการปกป้องธัมมชโยจากปาราชิก  ที่ไม่แปลกใจในผลการพิจารณานั้น เพราะเป็นที่รู้กันว่ากรรมการมหาเถรสมาคมกว่าครึ่ง อยู่ภายใต้การดูแลอุปถัมภ์ของธรรมกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์แห่งวัดปากน้ำนั้นคือธรรมกาย ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมของวัดธรรมกาย รับนิมนต์ รับซองจากธรรมกายเป็นประจำ และยังเข้าร่วมชื่นชมกับการธุดงค์ในป่าคอนกรีต ชื่นชมกับการเดินเหยียบย่ำดอกไม้บนพื้นถนน

คำวินิจฉัยหรือเหตุผลของมหาเถรสมาคมที่แถลงก็ขัดกันเอง ในเบื้องต้นมหาเถรสมาคมยืนยันว่า ยอมรับพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช และตั้งคณะกรรมการให้ดำเนินการตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช  แต่ในที่สุดได้วินิจฉัยพลิกกลับว่า ธัมมชโยได้คืนทรัพย์ให้ทางวัดแล้ว จึงไม่มีความผิด ทั้งยังอ้างด้วยว่า ธัมมชโยไม่มีเจตนาขัดพระลิขิต ไม่มีเจตนาโกง  ที่แปลกประหลาดและไม่คิดว่าพระภิกษุจะใช้เหตุผลว่าเป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว

ประการแรก มหาเถรสมาคมบอกว่า ดำเนินการตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช เท่ากับยอมรับการวินิจฉัยของพระองค์ท่าน  ในพระลิขิตนั้นพระองค์ท่านลิขิตไว้ชัดเจนว่า เมื่อธัมมชโยไม่คืนทรัพย์ของวัดให้ตามที่ได้ให้โอกาสแล้ว จึงต้องอาบัติปาราชิกทันทีโดยอัตโนมัติ อันเป็นไปตามพระธรรมวินัย

พระองค์ได้ทรงวินิจฉัยไว้ชัดเจนแล้วว่า ธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ  เช่นนี้แล้วยังต้องสอบสวนอันใดอีก การที่มหาเถรสมาคมสอบสวนอ้างว่า ธัมมชโยไม่มีเจตนาขัดพระลิขิต จึงขัดแย้งกับพระราชวินิจฉัยตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช จึงเท่ากับว่ามหาเถรสมาคมมิได้ดำเนินการตามพระลิขิตตามที่อ้างไว้

ประการที่สอง เมื่อมหาเถรสมาคมยอมรับเองว่า ธัมมชโยยอมคืนทรัพย์สมบัติให้กับวัด  ย่อมเท่ากับยอมรับข้อเท็จจริงว่า ธัมมชโยได้เอาทรัพย์ของวัดไปเป็นของตัวเอง เมื่อถูกจับได้จึงได้ยอมคืนทรัพย์ให้กับวัด มหาเถรสมาคมคงต้องตอบคำถามว่า การเป็นปาราชิกนั้น เป็นผลโดยทันทีที่กระทำผิด เป็นผลโดยอัตโนมัติใช่หรือไม่  หรือจะยืนยันว่า ใครจะต้องอาบัติปาราชิก จะต้องให้มหาเถรสมาคมวินิจฉัยเสียก่อน

พระวินัยอาบัติปาราชิกมีคำอธิบายไว้ชัดเจนว่า ใบไม้เหลืองหล่นจากขั้วแล้ว ไม่อาจจะเป็นของเขียวสดขึ้นได้ แม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นแหละ ถือเอาทรัพย์อันเขาไม่ได้ให้ ด้วยส่วนแห่งความเป็นขโมย หนึ่งบาทก็ดี ควรแก่หนึ่งบาทก็ดี เกินกว่าหนึ่งบาทก็ดี แล้วไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายศากยบุตร เพราะเหตุนั้น การกระทำผิดตามสิกขาบทดังกล่าว จึงตรัสว่าเป็นปาราชิก   การที่ใบไม้เหลืองนั้นเป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของใครทั้งสิ้น เพราะพระธรรมวินัยเป็นธรรมชาติ เป็นความจริงแท้ที่ไม่ต้องมีการวินิจฉัย ฉะนั้น ไม่ว่ามหาเถรสมาคมจะวินิจฉัยอย่างไรก็ตาม ธัมมชโยย่อมขาดจากความเป็นพระไปแล้ว

วันนี้ที่เห็นกันอยู่ จึงมีเพียงนายไชยบูลย์ที่โกนหัว ใส่เสื้อยืดคอกลม ห่มผ้าเหลืองเท่านั้น

ประการที่สาม การอ้างว่าเป็นเรื่องที่เกิดนานแล้ว และบ้านต้องการปรองดอง    เมื่อปาราชิกแล้วไม่ว่าจะนานเพียงใดก็ยังคงเป็นปาราชิก เพราะธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าเป็นอกาลิโก ไม่ขึ้นอยู่กับเวลา  และพระพุทธองค์ไม่เคยให้มีการปรองดองระหว่างถูกกับผิด ระหว่างชั่วกับดี ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว เสมอ

และยิ่งอ้างว่าได้คืนตำแหน่งเจ้าอาวาส และเลื่อนสมณศักดิ์ให้ธัมมชโยด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเหตุผลที่รับไม่ได้ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ เพราะพ่ายแพ้แก่ความถูกต้องจนขาดจากความเป็นพระไปแล้ว ไม่ว่าจะแต่งตั้งให้มีตำแหน่งอะไร มีสมณศักดิ์สูงเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้ผู้พ่ายแพ้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ 

ความผิดของธัมมชโยตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชนั้น นอกจากเรื่องอาบัติปาราชิกจากการโกงเงินวัดแล้ว ยังมีเรื่องร้ายแรงอีกเรื่องหนึ่ง คือ การบิดเบือนพระธรรมคำสอน โดยกล่าวหาว่าพระไตรปิฎกที่ใช้กันมาตั้งแต่ก่อนตั้งประเทศไทยไม่ถูกต้อง ธรรมกายจึงต้องเขียนพระไตรปิฎกฉบับธรรมกาย ซึ่งเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระไปเป็นเรื่องของธรรมกายเท่านั้น อันเป็นการทำให้สงฆ์แตกแยก จึงเป็นอนันตริยกรรม

ความผิดปาราชิกเป็นเรื่องเฉพาะตัว หากจะเทียบความร้ายแรงแล้ว ยังถือเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับการบิดเบือนพระธรรมคำสอน เพราะจะเป็นการทำลายพุทธศาสนาที่แท้จริงให้หมดสิ้นไป

เมื่อปี 2549 อัยการสูงสุดที่ชื่อ พชร ยุติธรรมดำรง ได้ถอนฟ้องคดีที่ธัมมชโยถูกฟ้องข้อหายักยอกทรัพย์ของวัด โดยให้เหตุผลว่า ธัมมชโยคืนทรัพย์สมบัติให้วัดแล้ว และได้เปลี่ยนแปลงคำสอนให้เป็นไปตามพระไตรปิฎกแล้ว

การคืนทรัพย์เท่ากับตอกย้ำว่าทำผิดจริง แม้ทางโลก ก็ไม่ได้เป็นการล้างความผิด แต่อาจเป็นเหตุให้ลงโทษสถานเบา ในทางธรรมไม่อาจเป็นอื่น ต้องปาราชิกอย่างเดียว

ส่วนที่อ้างว่าได้สอนถูกต้องแล้วนั้น เป็นการอ้างความเท็จอย่างแน่นอน ธรรมกายไม่เคยเปลี่ยนแปลงคำสอน ทุกวันนี้ก็ยังสอนเหมือนเดิม

การอ้างความเท็จเพื่อช่วยเหลือธัมมชโย ช่วยเหลือธรรมกาย ให้สร้างความแตกแยกในหมู่สงฆ์ต่อไปเป็นบาปหนัก มีอบายภูมิเป็นที่หมาย ไม่ว่าในชาตินี้จะสร้างบุญอย่างไรก็ต้องตกนรกอย่างไม่ต้องสงสัย

นายไชยบูลย์นั้นจะต้องไปพบเทวทัตสถานเดียว ซึ่งเป็นกรรมที่สมควรแก่การกระทำแล้ว  สงสารก็แต่อัยการที่ถูกหลอก ไม่ว่าจะเต็มใจให้หลอกหรือไม่ก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท