
นิยมท้องถิ่น
การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไทยต้องปรับตัวให้เร็วยิ่งขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านรอบด้าน ที่คิดว่าน่าจะเป็น “ตลาดส่งออก” ที่มีอนาคตของไทย
การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ไทยต้องปรับตัวให้เร็วยิ่งขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านรอบด้าน ที่คิดว่าน่าจะเป็น “ตลาดส่งออก” ที่มีอนาคตของไทย
แต่เมื่อเห็นพฤติกรรมการบริโภคของเพื่อนบ้านที่เริ่มมีความเชื่อมั่นในแบรนด์ท้องถิ่นมากขึ้น หันไปซื้อหาของกินของใช้ที่ผลิตในประเทศมากินมาใช้มากขึ้น ก็อดที่จะห่วงๆ สินค้าอุปโภคบริโภคไทยที่เคยนั่งอยู่กลางใจของคนในตลาดซีแอลเอ็มวีอยู่เหมือนกันว่า แบรนด์ไทยจะมัดใจลูกค้ากลุ่มนี้ไว้ได้นานแค่ไหน
อย่างในกัมพูชามีข้อมูลว่า เมื่อปีที่แล้วมีการนำเข้าสินค้าอาหารและเครื่องดื่มจากต่างประเทศลดลงประมาณ 7.4% เทียบกับปี 2556 เพราะตอนนี้มีการผลิตสินค้ากลุ่มดังกล่าวในกัมพูชามากขึ้น ผู้ประกอบการท้องถิ่นจำนวนมากสามารถผลิตน้ำดื่ม เบียร์ น้ำอัดลม เครื่องดื่ม ซอส อะไรต่างๆ ได้เพิ่มขึ้น แถมคนกินก็ยังหันมาซื้อไปใช้มากขึ้นเหมือนกัน
ขณะเดียวกันตอนนี้ชาวเวียดนามนิยมซื้อหาขนมของกินยามว่างแบรนด์ท้องถิ่นมากินมากขึ้น จากเดิมที่เคยมีสินค้าต่างชาติครองตลาดอยู่ เช่น ขนมจากเดนมาร์ก ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์
คนเวียดนามบอกว่า หันมาซื้อสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นด้วยเหตุผลหลายข้อ ทั้งราคาถูกกว่า รู้แน่ๆ ว่าผลิตที่ไหน แถมตอนนี้คุณภาพสินค้าเวียดนามก็ค่อนข้างดี และเรื่องดีไซน์แพ็กเกจก็ดีกว่าเดิมมาก เรียกได้ว่าซื้อไปกินหรือซื้อไปฝากก็ไม่อายใคร
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ แม้ไม่ได้ชัดเจนว่าคนประเทศเพื่อนบ้านซื้อสินค้าเมดอินไทยแลนด์น้อยลง แต่ก็เป็นประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม
เพราะเป็นการสะท้อนว่าปัจจุบัน ประเทศเหล่านี้สามารถผลิตสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มได้มากขึ้น แถมยังมีคุณภาพดี แบรนด์น่าเชื่อถือและแพ็กเกจจิ้งแจ่มแจ๋ว
นอกจากจะต้องคิดหาวิธีทำให้สินค้าแบรนด์ไทยเป็นที่นิยมของลูกค้าของประเทศเหล่านี้แล้ว ก็จะต้องคิดต่อด้วยว่า ในอนาคตเราจะแข่งขันกับสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านในตลาดโลกได้อย่างไร เพราะเชื่อแน่ว่าพวกเขาต้องไปไกลกว่านี้แน่และอาจจะไปเร็วเกินคาดด้วย
ส่วนไทยคิดได้แล้วต้องทำเร็ว ช้าไม่ได้







