posttoday
‘ประกันส่งออก’ ส่งมอบความเสี่ยงให้เอ็กซิมแบงก์

‘ประกันส่งออก’ ส่งมอบความเสี่ยงให้เอ็กซิมแบงก์

23 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

การส่งออกที่เคยเป็นพระเอกในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว เริ่มถูกลดบทบาทลงนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐและลุกลามทำให้ประเทศเสาหลักเศรษฐกิจโลกประสบปัญหาเศรษฐกิจหดตัวอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้

การส่งออกปี 2557 ที่ขยายตัวติดลบ 0.6% จากสาเหตุหลักคือประเทศคู่ค้าซื้อของน้อยลง และเริ่มออกอาการเงินฝืดไม่ชำระค่าสินค้าได้ตามเวลา เป็นผลให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนธุรกรรมรับประกันการส่งออกของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศ ไทย (เอ็กซิมแบงก์) เพิ่มขึ้นเป็น 58.01 ล้านบาท สูงขึ้นมาเมื่อเทียบกับ 12 ล้านบาท ในปี 2556

จารุพัฒน์ พานิชยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายรับประกันการส่งออก เอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า ผู้ส่งออกเริ่มมาขอซื้อประกันการส่งออกเพิ่มขึ้น เพราะตลาดหลักอย่างยุโรปลดการสั่งซื้อลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ผู้ส่งออกก็ต้องหันไปหาตลาดใหม่ แต่ก็ไม่แน่ใจที่จะไปเปิดตลาด จึงต้องซื้อประกัน โดยปีที่แล้วธนาคารมีเบี้ยประกันการส่งออก (ระยะสั้น) จำนวน 121.66 ล้านบาท ซึ่งก่อให้เกิดปริมาณธุรกิจส่งออก 84,740.86 ล้านบาท

ความเสี่ยงที่เอ็กซิมแบงก์แบกรับแทนผู้ส่งออกนั้นรับได้จำกัด ธนาคารจะจ่ายค่าสินไหม 90% ของทุนประกันเท่านั้น ดังนั้นเบี้ยประกันจะต้องสะท้อนความเสี่ยง หากส่งออกไปในประเทศที่มีความวุ่นวายทางการเมืองตลอดเวลา อย่างอียิปต์หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าและกัมพูชา ธนาคารจะคิดเบี้ยประกันสูงกว่าประเทศที่ไม่มีปัญหาภายใน

นอกจากนี้ เอ็กซิมแบงก์มีระบบบริหารความเสี่ยงด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ซื้อในต่างประเทศ ใช้วิธีซื้อข้อมูลจากบริษัทต่างประเทศที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเครดิตของผู้ประกอบธุรกิจ (Information Agency) เป็นหลัก

รองลงมาคือ ใช้ข้อมูลจากองค์กรรับประกัน (Export Credit Agency) ในต่างประเทศ และข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในต่างประเทศ เช่น ทูตพาณิชย์ เป็นต้น แล้วนำมาวิเคราะห์และแจ้งแก่ผู้ส่งออกไทยว่า เอ็กซิมแบงก์จะรับประกันการส่งออกไปยังผู้ซื้อต่างประเทศรายนั้นหรือไม่

“เราไม่อาจทราบว่าคู่ค้าในต่างประเทศของผู้ส่งออกเรามีฐานะการเงินอย่างไร ก็ต้องใช้วิธีซื้อข้อมูลมาดู หากเห็นว่าเสี่ยงเกินไปก็สามารถปฏิเสธไม่รับประกันได้ แต่หากรับประกันไปแล้วเกิดปัญหาลูกค้าเก็บเงินไม่ได้ ธนาคารจ่ายค่าสินไหมให้ลูกค้าแล้ว ก็จะเปลี่ยนสถานะไปเป็นเจ้าหนี้ของคู่ค้าในต่างประเทศแทน” จารุพัฒน์ กล่าว

กรณีที่เกิดปัญหาขึ้นแล้ว การติดตามหนี้นั้นเอ็กซิมแบงก์จะใช้บริการจากบริษัทกฎหมายหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตในการทวงถามหนี้ (Collection Agency) ในต่างประเทศ ติดตามทวงหนี้คืนจากผู้ซื้อในต่างประเทศ

จารุพัฒน์ กล่าวว่า การซื้อขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีคอมเมิร์ซนั้น ทางเอ็กซิมแบงก์ยังไม่รับประกัน หากเป็นการซื้อขายกับลูกค้าบุคคลหรือนิติบุคคลโดยตรง แต่หากเป็นการซื้อขายผ่านสถาบันการเงิน คือ เปิดใบคำสั่งซื้อมาและมีหนังสือรับรองจากธนาคารของประเทศคู่ค้า ก็จะมีหลักฐานการชำระเงินและเอกสารการค้าที่ครบถ้วน ยืนยันได้ว่ามีการสั่งซื้อที่ชัดเจน ไม่มีปัญหา

กรณีที่เป็นการซื้อชายกันเองของลูกค้าโดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน ที่ธนาคารไม่รับประกันเพราะตรวจสอบยาก กรณีที่มีการไม่ชำระค่าสินค้าขึ้นมาก็จะฟ้องร้องลำบาก ไม่มีเอกสารหลักฐานอะไร ดังนั้นหากลดความเสี่ยงลูกค้าก็ควรจะค้าขายผ่านธนาคารที่ผู้ซื้อสินค้าใช้บริการจะดีกว่า

สำหรับการซื้อประกันการส่งออกในปีนี้ จารุพัฒน์มองว่ายังมีความต้องการซื้อสูงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ขณะนี้ก็มีติดต่อเข้ามาหลายราย ซึ่งจะต้องติดตามดูต่อไปว่าในปีนี้จะมีการเคลมประกันส่งออกเพิ่มขึ้นหรือไม่ และนี่เป็นสัญญาณบอกภาวะเศรษฐกิจโลกได้อีกทางหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท