
ยอดใช้น้ำมันลดเหตุ การเมืองไม่สงบคนกรุงไม่เดินทาง
ยอดใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊ซโซฮอล์ เดือนพ.ค.ลดลงต่ำสุดในรอบ 20 เดือน ผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง คนกรุงเทพฯ ไม่เดินทาง
ยอดใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊ซโซฮอล์ เดือนพ.ค.ลดลงต่ำสุดในรอบ 20 เดือน ผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง คนกรุงเทพฯ ไม่เดินทาง
นางพูนทรัพย์ สกุณี ผู้อำนวยการสำนักบริหารธุรกิจและการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ยอดการใช้น้ำมันในกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ เดือน พ.ค.2553 เฉลี่ยวันละ 19.3 ล้านลิตรต่อวันต่ำสุดในรอบ 20 เดือน นับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2551 เนื่องจากเป็นเดือนที่มีการประท้วงทางการเมืองที่รุนแรง และการประกาศเคอฟิวส์ ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันในเขตกรุงเทพฯและเขตปริมณฑลลดลงอย่างมาก ซึ่งสัดส่วนการใช้น้ำมันเบนซินทั่วประเทศอยู่ในกรุงเทพฯ 60% และโซฮอล์ในกรุงเทพฯ 40% โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน 95 เกือบ 100% อยู่ในกรุงเทพฯ
“ในช่วงสถานการณ์ปกติการใช้น้ำมันเบนซินและโซฮอล์เฉลี่ยวันละ 20 ล้านลิตร แต่ปัญหาการประท้วงทำให้ยอดใช้ลดลงมาก โดยก่อนหน้านี้ที่มีปริมาณการใช้น้ำมันน้อยกว่านี้จะอยู่ในช่วงกลางปี 2551 ที่มีการใช้เฉลี่ยวันละ 18-19 ล้านลิตร เพราะราคาน้ำมันสูงถึง 140 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่เชื่อว่าหลังเหตุการณ์ทางการเมืองสงบลงปริมาณการใช้น้ำมันคงอยู่ในระดับ 20 ล้านลิตรต่อวันเหมือนเดิม” นางพูนทรัพย์ กล่าว
สำหรับสถานการณ์การใช้น้ำมันโดยรวมในเดือนพ.ค.กลุ่มน้ำมันเบนซินมีปริมาณการใช้อยู่ที่ 19.3 ล้านลิตรต่อวัน แยกเป็นการใช้เบนซิน 91 และ 95 จำนวน 8.2 ล้านลิตรต่อวัน ลง 1%จากเดือนเม.ย. 2553 และการใช้น้ำมันแก๊ซโซฮอล์รวม 11.2 ล้านลิตรต่อวันลง 7%
ส่วนการใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่น เช่น น้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละ 51.46 ล้านลิตร ลดลง 0.4% ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) 4,600 ตันต่อวัน เพิ่มขึ้น 1 % ก๊าซหุงต้น (แอลพีจี) 4.44 ล้านตันต่อเดือน ลดลง 1% โดยเป็นการใช้ในภาคขนส่ง 5.4 หมื่นตันต่อเดือน ใช้ในภาคครัวเรือน 1.93 แสนตันต่อเดือน และการใช้ในภาคปิโตรเคมี 1.32 แสนตันต่อเดือน
ทั้งนี้ แม้ปริมาณการใช้แอลพีจีจะลดลง แต่เนื่องจากในเดือนพ.ค.มีโรงแยกก๊าซ 2 แห่งปิดซ่อมบำรุง คือ โรงแยกก๊าซหน่วยที่ 2 และโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 1 ของปตท.ปิดซ่อมบำรุงในช่วงวันที่ 6-10 พ.ค. และ 18พ.ค. – 11มิ.ย. ตามลำดับ ทำให้ปริมาณก๊าซแอลพีจีในประเทศมีไม่พอใช้จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศจำนวน 1.77 แสนตันเพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย. 41.2% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 164.9% คิดเป็นมูลค่า 4,400 ล้านบาท
ขณะที่การนำเข้าน้ำมันดิบมีปริมาณ 4,100 ล้านลิตรต่อเดือน หรือ 8.2 แสนบาร์เรลต่อวัน มูลค่า 6.9 หมื่นล้านบาท ลดลงจากเดือนเม.ย. 15% ส่วนการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมีปริมาณ 330 ล้านลิตรต่อเดือน หรือ 6.8 หมื่นบาร์เรลต่อวัน มูลค่า 4,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39%
นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ส่วนความเสียหายจากเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองในเดือนพ.ค. พบว่ามีปั๊มน้มัน ปั๊มแอลพีจี และปั๊มเอ็นจีวี ได้รับความเสียหายรวมกัน 14.4 ล้านบาท แบ่งเป็น ปั๊มน้ำมันที่ห้ามรถขนส่งน้ำมันห้ามวิ่งในช่วงที่ทหารกระชับวงล้อมพื้นที่ราชประสงค์ 107 แห่ง ทำให้ปั๊มขาดรายได้และทรัพย์สินเสียหายจากการปะทะกัน 10.5 ล้านบาท ปั๊มแอลพีจี ขาดรายได้ 2.3 ล้านบาท และ ปั๊มเอ็นจีวีขาดรายได้ 1.5 ล้านบาท







