
พร้อมหรือยัง เร่งล้างท่อ
รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงไม่เห็นหนทางใดที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงไม่เห็นหนทางใดที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วได้เท่ากับการทะลวงเงินงบประมาณที่ค้างท่อมานาน เพื่อเพิ่มกำลังซื้อและสร้างความเชื่อมั่น เพราะเชื่อว่าหากเงินหมุนติ้วให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้แล้ว ภาคเอกชนจะกล้าตัดสินใจทุ่มเงินลงทุนตามมาอย่างมหาศาล
เราเห็นด้วยกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบ 4 มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณ หลังจากมีการเบิกจ่ายงบลงทุนล่าช้ากว่าเป้าหมายถึง 1.2 แสนล้านบาท เช่น มาตรการการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่มีความพร้อม ดำเนินการก่อหนี้ผูกพันให้ได้ภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ และเร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ภายในวันที่ 30 ก.ย. 2558 ซึ่งหากหน่วยงานใดติดขัดสามารถปรับแผนหรือโอนเปลี่ยนโครงการได้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่ายงบประมาณ
และยังเห็นด้วยว่า หากไม่สามารถเร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันหรือการเบิกงบประมาณ ก็ให้ส่งคืนสำนักงบประมาณ และให้นำผลการเบิกจ่ายไปประกอบการพิจารณาการจัดทำงบประมาณปี 2559 อย่างเข้มงวด รวมถึงการใช้ผลงานการเร่งรัดเงินงบประมาณเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงาน หรือ KPI ของทุกหน่วยงาน เพราะมิเช่นนั้นหน่วยงานต่างๆ ก็นั่งทับงบประมาณ จนงานไม่ออก เงินไม่สะพัด ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเหมือนที่ผ่านมา
แต่การสนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ เร่งก่อหนี้ผูกพันได้มากๆ รัฐบาลรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องลงไปตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้งบประมาณไม่สะพัดเป็นเพราะเหตุใด เริ่มตั้งแต่การเปิดประมูลงานก่อสร้างหรือจัดซื้อจัดจ้าง มีขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสารยุ่งยากมากจนเกินไปหรือไม่ เพราะรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาการทุจริต หากระบุข้อมูลไม่ครบถ้วนทุกขั้นตอน ก็จะต้องไปนับหนึ่งกรอกข้อมูลใหม่ ทำให้การเปิดประมูลงานล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลนัก
นอกจากนั้น การระมัดระวังตัวมากจนเกินไปของเจ้าหน้าที่หรือหัวหน้างาน ก็มีส่วนทำให้การประมูลช้ากว่าที่ควรจะเป็น เกรงว่าอาจจะเกิดความสะเพร่าและนำไปสู่การถูกตรวจสอบเพื่อเอาผิดย้อนหลังได้
และที่สำคัญ การประกาศล้างท่อให้เกลี้ยงอย่างรวดเร็ว รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมเรื่องแหล่งเงินทุนไว้พร้อมแล้วหรือยัง ท่ามกลางสถานการณ์ 3 กรมภาษี ทั้งกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ต่างก็มีผลการจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายกันทั้งนั้น จะหาเงินจากที่ไหนมาลงทุน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จะต้องเตรียมหาทางหนีทีไล่ กรณีหน่วยงานรัฐเร่งเปิดประมูลงาน หรือก่อหนี้ผูกพันได้ตามนโยบายแล้ว แต่การก่อสร้างไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูฝน ผลก็คือเงินก็ไม่ออกไปสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างที่ตั้งใจไว้เหมือนกัน ดังนั้นงานล้างท่อจึงเป็นโจทย์ที่ซับซ้อน และมิใช่เป็นการใช้งบประมาณตามปกติเหมือนรัฐบาลที่ผ่านๆ มา







