posttoday
PTTGCอีบิตดา5.76หมื่นล.

PTTGCอีบิตดา5.76หมื่นล.

21 กุมภาพันธ์ 2558

PTTGC ลั่นอีบิตดาปี 2558 ฟื้น คาดแตะ 5.76 หมื่นล้าน ชี้ขาดทุนสต๊อกลดลง-สเปรด ปิโตรดีขึ้น

โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์

PTTGC ลั่นอีบิตดาปี 2558 ฟื้น คาดแตะ 5.76 หมื่นล้าน ชี้ขาดทุนสต๊อกลดลง-สเปรด ปิโตรดีขึ้น

นายปฏิภาณ สุคนธมาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดา) ในปี 2558 น่าจะปรับตัวดีขึ้นมาใกล้เคียงกับปี 2556 ที่ประมาณ 5.76 หมื่นล้านบาท เทียบกับปี 2557 ที่ทำได้ประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรก่อนหักภาษีฯ (อีบิตดามาร์จิ้น) ซึ่งไม่รวมกำไร-ขาดทุนสต๊อกน้ำมันใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ประมาณ 10-11%

ขณะที่กำไรสุทธิปีนี้น่าจะดีขึ้นจากปี 2557 ที่ทำได้จำนวน 15,036 ล้านบาท เนื่องจากขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันจะลดลงจากปี 2557 ที่บันทึกสูงถึงประมาณ 1.59 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเชื่อว่าราคาน้ำมันไม่น่าจะลดลงไปที่ระดับ 48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เหมือนกับสิ้นปี 2557 ปัจจุบันราคาฟื้นขึ้นมาระดับประมาณ 50 เหรียญสหรัฐแล้ว โดยกลุ่ม ปตท.ประเมินราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยไว้ที่ 60 เหรียญสหรัฐ จากราคาเฉลี่ยทั้งปีก่อนอยู่ที่ 95 เหรียญสหรัฐ

สำหรับกลุ่มธุรกิจสายโอเลฟินส์ซึ่งมีสัดส่วนถึงประมาณ 55% ของอีบิตดารวมในปีนี้จะมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเม็ดพลาสติก (HDPE) แม้ราคาขายปัจจุบันจะลดลงมาที่ประมาณ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากราคาเฉลี่ยปี 2557 ที่ประมาณ 1,544 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากแนวโน้มส่วนราคาขาย (สเปรด)  น่าจะได้ใกล้เคียงหรือดีขึ้นจากปี 2557 ที่ประมาณ 600 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้หลังจากราคาน้ำมันดิบเริ่มนิ่งส่งผลให้ผู้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีต้องใช้เม็ดพลาสิกเพิ่มมากขึ้น สะท้อนจากยอดคำสั่งขณะนี้ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน อีกทั้งส่งผลการบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงยังเกิดผลดีต่อธุรกิจโรงกลั่นให้มีค่าการกลั่น (GRM) เฉลี่ยปีนี้ไม่รวมผลขาดทุนสต๊อกดีขึ้นมาที่ประมาณ 5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากปี 2557 ที่ประมาณ 4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

“กลุ่มโอเลฟินส์จะเป็นกุญแจความสำเร็จของบริษัท เพราะความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นมาก ทำให้สเปรด เม็ดพลาสติกดีขึ้นหรือใกล้เคียงปีก่อน ขณะที่ยอดขายก็เพิ่มขึ้นจากกำลังผลิตใหม่ที่จะทยอยเข้ามาด้วย” นายปฏิภาณ กล่าว

สำหรับงบลงทุน 5 ปี (2558-2562) ตั้งไว้ประมาณ 4,500-5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ งบลงทุนหลักจะเตรียมไว้สำหรับโครงการใหม่ต่างประเทศ แหล่งเงินมาจากเงินทุนภายในประมาณ 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนที่เหลือมาจากการออกหุ้นกู้ต่างประเทศประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ อายุระหว่าง 7-10 ปี โดยมีนโยบายรักษาอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ไม่เกิน 0.7 เท่าจากปัจจุบันที่ 0.3-0.4 เท่า และรักษาอัตราหนี้สินต่อทุนสุทธิไม่เกิน 2.4 เท่า จากปัจจุบันที่ 1.3-1.4 เท่า เพื่อไม่ให้กระทบต่ออันดับเครดิตเรตติ้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท