
คนรวยหุ้นมีน้อย
“ภาววิทย์ กลิ่นประทุม” นักลงทุน นักเขียน และที่ปรึกษาการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ให้ข้อคิดในการลงทุนว่า นักลงทุนเพียง 20% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จได้กำไรจากการลงทุน ส่วน 80% ล้มเหลวจากการลงทุนในตลาดหุ้น
“ภาววิทย์ กลิ่นประทุม” นักลงทุน นักเขียน และที่ปรึกษาการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ให้ข้อคิดในการลงทุนว่า นักลงทุนเพียง 20% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จได้กำไรจากการลงทุน ส่วน 80% ล้มเหลวจากการลงทุนในตลาดหุ้น
ปัญหาที่พบของนักลงทุนที่ล้มเหลวส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งโจทย์เดียวกัน คือ ต้องการรวยเร็ว ดังนั้นต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองใหม่ ต้องเข้าใจตัวเองว่าต้องการหรือเหมาะสมจะเป็นนักลงทุนประเภทใด คือ นักลงทุนระยะสั้น นักลงทุนระยะยาว โดยการลงทุนทั้งสองประเภทนั้นมีหุ้นที่เลือกลงทุนในพอร์ตที่แตกต่างกัน
ถ้าต้องการรวยเร็วจะเกิดปัญหาทำให้นักลงทุนไปติดหุ้นปั่นโดยหวังว่านำเงินเล็กไปตกหวังผลได้เงินขนาดใหญ่ ขณะที่เจ้ามือในตลาดหุ้นที่เป็นฝรั่ง ถ้าพิจารณาจากหลายปีที่ผ่านมาหุ้นไม่ค่อยขึ้น ฝรั่งยังไม่กลับมาในตลาดหุ้นไทย ด้านกองทุนในประเทศมักจะเล่นตามรอบในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ รวมถึงกลุ่มเสี่ยขาใหญ่ทั้งหลายหรือนักลงทุนรายย่อยที่มีพอร์ตขนาดใหญ่ ฉะนั้นนักลงทุนควรรู้ด้วยว่าเจ้ามือคนใดอยู่ตรงข้ามกับเรา
ทั้งนี้ สังเกตได้ว่าหุ้นปั่นส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นขนาดเล็ก เพราะสามารถใช้เงินจำนวนไม่มากในการปั่นได้ ทั้งนี้ผู้ลงทุนที่มีความสนใจจะลงทุนหุ้นประเภทนี้ จุดสำคัญต้องมีวินัยการลงทุน คือต้องตั้งจุดตัดขายขาดทุน เพราะมีความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของราคาที่ขึ้นและลงอย่างรวดเร็วมาก
สำหรับการลงทุนหุ้นเหมือนลงทุนธุรกิจ ยกตัวอย่างในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัท ปตท. (PTT) ผลตอบแทนจะอยู่ที่ประมาณ 10 เท่าตัว บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ผลตอบแทนจะอยู่ที่ประมาณ 100 เท่า โดยสัดส่วนนักลงทุนที่ได้กำไรมีเพียง 10% และนักลงทุนมากถึง 50% ที่พบการขาดทุน
“จากสถิติในรอบ 10 ปี การลงทุนถือหุ้นระยะยาวในหุ้นขนาดใหญ่ปรับขึ้นมาถึงประมาณระหว่าง 5-10 เด้ง ขณะที่ขนาดเล็กขึ้นมาระหว่าง 10-100 เด้ง แต่ปัญหาที่พบของรายย่อยส่วนใหญ่ไม่ทนจะถือหุ้นในระยะยาว”
ทั้งนี้ สะท้อนปัญหาว่านักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ทนกับความรวยจากการถือหุ้นยาวๆไม่ได้ ข้อแนะนำที่ฝากไว้คือสำหรับผู้จะเริ่มต้นลงทุนลองฝึกลงทุนโดยแบ่งรายได้แต่ละเดือนมาลงทุนระยะยาว สัดส่วนประมาณ 20% ของรายได้แต่ละเดือน ซื้อหุ้นที่คนส่วนใหญ่ไม่ซื้อ วางเงินให้ทำงานทนอย่างน้อย 3 ปี







