posttoday
ยังอยู่ในบริเวณที่ใกล้การ Break Out

ยังอยู่ในบริเวณที่ใกล้การ Break Out

20 กุมภาพันธ์ 2558

ท่านนักลงทุนที่ติดตามตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น คงเห็นการแกว่งตัวของ SET INDEX ที่แกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1,580 เป็นกรอบล่าง และ 1,610-1,620 เป็นกรอบบน

ท่านนักลงทุนที่ติดตามตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น คงเห็นการแกว่งตัวของ SET INDEX ที่แกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1,580 เป็นกรอบล่าง และ 1,610-1,620 เป็นกรอบบน และภาพเหตุการณ์ดังกล่าวก็กินระยะเวลามาร่วมๆ  2-3 สัปดาห์ โดยสิ่งที่ต้องมองกันต่อ ก็คือ เหตุผลที่เกิดขึ้นทำให้ SET INDEX ไม่ขึ้นหรือไม่ลงก็คือ ไม่มีปัจจัยทั้งบวกและลบที่ชัดเจนเข้ามา แน่นอนว่าภาพในเชิงบวก ณ จุดนี้ก็คือ เงินในระบบมีมาก และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยก็คาดได้ว่ากำลังจะมีการปรับตัวลดลงได้อีก (ประเมินกันว่าปีนี้น่าจะลดลงได้ในระดับ 0.25-0.5%) เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่เงินไม่มีที่ไป ตลาดหุ้นจึงเป็นส่วนหนึ่งที่มีการไหลเข้ามา ซึ่งเกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะรูปแบบนักลงทุนสถาบัน หรือนักลงทุนรายบุคคล หรือผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ แต่ปัจจัยลบก็ยังเกิดขึ้น ไม่ว่าปัจจัยต่างประเทศเรื่องกรีซ ซึ่งผมประเมินว่าคงไม่จบในระยะสั้น ยูเครน ส่วนปัจจัยภายในประเทศก็คือ การพิจารณาว่าเศรษฐกิจในประเทศมีการฟื้นตัวอย่างจริงๆ จังๆ หรือไม่ น่าจะเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้ราคาหุ้นไทย ณ ขณะนี้ไม่ถูก

ผมประเมินว่า ในเร็ววันนี้จะต้องมีปัจจัยที่ไม่มีใครคาดไว้ออกมา เหตุผลก็เพราะในการประเมินการวิเคราะห์ทางเทคนิคคาดกันว่าจะเกิดการ Break Out ซึ่งก็หมายถึงการเปลี่ยนทิศทางของราคาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งโดยแนวคิดพื้นฐานในเชิงของการวิเคราะห์ทางเทคนิคแล้วก็คือ การผ่าน 1,610-1,620 คือขึ้น การต่ำกว่า 1,580 แปลว่าลง และแน่นอนขึ้นจะเกิดข่าวดี และลงจะเกิดข่าวร้าย ซึ่งข่าวดังกล่าวไม่น่าจะเป็นข่าวที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ต้องเป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนประหลาดใจ ...คาดว่าเช่นนั้น

เหตุผลดังกล่าว การลงทุนในระยะสั้นจึงต้องเฝ้ารอการตัดสินของ SET INDEX เพียงอย่างเดียว แต่ในเชิงการมองหุ้นรายกลุ่มก็ต้องยอมรับว่า มีหุ้นหลายกลุ่มที่สวนกระแสที่มีแนวโน้มในการปรับตัวสูงขึ้น ทั้งๆ ที่ภาพตลาดไม่ชัดเจน นั่นก็คือ หุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัล และหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งมีการนำเรียนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนหุ้นกลุ่มสายการบิน แม้ระยะสั้นน่าจะมีผลกระทบในเรื่องของความเป็นห่วงสำหรับสายการบินที่มีการบินไปต่างประเทศ แต่ก็ยังมองว่าราคาระดับปัจจุบันสามารถเลือกถือลงทุนได้ แปลง่ายๆ ว่ากรณีตลาดยังไม่มีการตัดสิน ควรจะเน้นเลือกหุ้นเป็นรายตัวมากกว่า

สิ่งที่ผมยังกังวลมากๆ ก็คือ เศรษฐกิจช่วงไตรมาส  1 เป็นช่วงข้อต่อของการที่จะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี แต่สังเกตอาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าการเร่งการเบิกจ่าย การประชุมกระตุ้นเศรษฐกิจ การประกาศวันหยุดเพิ่มเติม หรือแม้กระทั่งจากภาวะเศรษฐกิจที่รอบตัวทำให้มีความรู้สึกเป็นห่วงเพราะการส่งออกในปีนี้แม้จะโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะฐานปีที่ผ่านมาต่ำมาก แต่ภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ก็ทำให้ส่งออกไม่น่าจะโตขึ้นมาก ส่วนการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนก็น่าจะตามคาด และเป็นตัวเลขที่ไม่น่าสูงกว่าที่คาด ปัญหาก็คือ การกระตุ้นให้ประชาชนบริโภคเพิ่มขึ้นสามารถทำได้หรือไม่ และกรณีเราเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ใหญ่ๆ มีตัวเลขที่น่าเชื่อถืออยู่ในมือ กรณีเศรษฐกิจดี ทำไมประเมินว่าสินเชื่อจะขยายตัวเพียง 3-5% ในปีนี้ ซึ่งกรณีเช่นนี้อาจจะทำให้ข่าวที่ทุกคนรอทำให้ SET INDEX มีการ Break Out อาจจะเป็นข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี

บทสรุป แม้ผมจะทราบดีว่านักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดให้น้ำหนัก BULLISH ต่อตลาดสูงมาก แต่ส่วนตัวยังคงระมัดระวังในการลงทุนตามแนวคิดที่กล่าวข้างต้น แต่อย่างไรก็ตามกรณีมีการผ่าน 1,610-1,620 จึงเป็นสัญญาณที่เริ่มเล่น มิเช่นนั้นยังคาดว่า ตลาดน่าจะมีความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 1 !

หมายเหตุ : ประชาสัมพันธ์งานสัมมนาการวิเคราะห์ทางเทคนิคชั้นสูง (ADVANC TECHNICAL) จัดวันที่ 14-15 มี.ค. 2558 เหมาะสำหรับท่านที่วิเคราะห์เทคนิคเป็นแต่ใช้ไม่ได้ผล ท่านที่สนใจติดต่อ 08-1783-8888 หรือ http://www.aekinvestment.com

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ