
บีเอ็มฯเปิดแผนปี’58 เพิ่มไลน์ผลิต-เดินหน้ารถไฟฟ้า
ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยในปี 2557 ที่ผ่านมาอาจไม่สู้ดีนัก ลดลงกว่า 40% หรืออยู่ที่ 8.8 แสนคัน
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยในปี 2557 ที่ผ่านมาอาจไม่สู้ดีนัก ลดลงกว่า 40% หรืออยู่ที่ 8.8 แสนคัน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากปัจจัยลบในประเทศ ในขณะที่ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับ 2 หมื่นคัน ถือว่าเป็นตลาดที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และยังมีโอกาสที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้
แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยตัวเลขยอดขายประจำปี 2557 ว่า บริษัทมียอดขายรวมบีเอ็มฯ และมินิอยู่ที่ 8,386 คัน เติบโตขึ้นจากปีก่อน 3% แบ่งเป็นบีเอ็มฯ 7,465 คัน และมินิ 921 คัน เมื่อเทียบกับปี 2556 อยู่ที่ 8,147 คัน แบ่งเป็น บีเอ็มฯ 7,536 คัน และมินิ 611 คัน
“การเติบโตดังกล่าวในระดับ 3% ถือเป็นอัตราเติบโตต่ำสุดในรอบหลายปี แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับตลาดรถยนต์ในภาพรวมที่ตกไปกว่า 40% บริษัทถือว่าพึงพอใจที่มีอัตราเติบโตในระดับดังกล่าว” พฟาลซ์ กล่าว
สำหรับแผนในปีนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มไลน์ประกอบในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ถือได้ว่าเป็นนโยบายที่บริษัทให้ความสำคัญ โดยปัจจุบันบริษัทมีการประกอบ รถยนต์บีเอ็มฯ มินิ และบีเอ็มฯมอเตอร์ราด แล้วจำนวน 11 รุ่นด้วยกัน ในอนาคตจะมีการผลักดันให้มีการประกอบรุ่นอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน รวมทั้งในปีนี้คาดว่าจะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู่ตลาดอีกไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ด้วยความมั่นใจกับภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในปีนี้จะดีขึ้นแน่
สำหรับในปี 2558 บริษัทอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่าจะมีอัตราเติบโตอยู่ในระหว่าง 1-2 หลัก ขณะที่แผนการขยายเครือข่ายศูนย์จำหน่ายและบริการในปีนี้อยู่ที่บีเอ็มฯ 5 แห่งมินิ 4 แห่ง บีเอ็มฯ มอเตอร์ราด 4 แห่ง ซึ่งจะรวมเป็นบีเอ็มฯ 22 แห่ง มินิ 11 แห่ง บีเอ็มฯ มอเตอร์ราด 10 แห่งทั่วประเทศ
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวศูนย์จำหน่ายและบริการแห่งใหม่ลงทุนมูลค่า 420 ล้านบาท บนถนนแจ้งวัฒนะ โดย บริษัท เยอรมัน ออโต้ สามารถจัดแสดงรถได้กว่า 19 คัน จักรยานยนต์ 9 คัน และรถมือสองจากแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู พรีเมียม ซีเลกชั่น และมินิ เนกซ์ ได้กว่า 17 คัน พร้อมทั้งรองรับการบริการหลังการขายด้วยจำนวน 18 ช่องซ่อม สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าในกรุงเทพฯ ตอนบน รวมไปถึง จ.นนทบุรี และปทุมธานี
ในปีแรกได้ตั้งเป้ายอดขายแบ่งเป็นรถยนต์ 350 คัน มินิ 100 คัน และจักรยานยนต์ 150 คัน ขณะที่เป้าหมายยอดขายรวมของทุกโชว์รูมที่บริหาร โดย เยอรมัน ออโต้ ในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 1,700 คัน และจักรยานยนต์ 350 คัน
พฟาลซ์ กล่าวอีกว่า บริษัทอยากให้รัฐบาลสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีในการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่ง จะดึงดูดความสนใจให้เกิดการผลิตรถยนต์พลังงานชนิดดังกล่าวในประเทศไทย รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ อาทิ สถานีชาร์จไฟฟ้า เป็นต้น
ตัวอย่างในประเทศนอร์เวย์ที่มีการสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบทั้งด้านอัตราภาษี ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้โครงการดังกล่าวสามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ในฐานะบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ เราได้แค่ตั้งความหวังให้สังคมของการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้นเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งการที่จะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากการสนับสนุนของนโยบายภาครัฐเป็นหลัก” ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าว
พร้อมกันนี้ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน มี.ค.-เม.ย. 2558 นี้ บริษัทจะมีการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู ไอ 3 (BMW i3) ครั้งแรกในประเทศไทย รวมถึงการเปิดตัวบีเอ็มฯ มอเตอร์ราดรุ่นใหม่ภายในงานเช่นกัน
ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู ไอ 8 (BMW i8) สปอร์ตปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับจากผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างเกินความคาดหมายด้วยยอดสั่งจองกว่า 50 คัน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มทยอยส่งมอบไปแล้วอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู ไอ 3 บริษัทจะมีการประมาณการราคาให้ลูกค้าได้ทราบ เพื่อดูการตอบรับของลูกค้าภายในงานอีกครั้ง อย่างไรก็ตามมองว่ารถยนต์รุ่นดังกล่าวถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ซึ่งน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ในแง่ของผู้ผลิตรถยนต์ประเภทนี้มองว่าการสนับสนุนจากภาครัฐมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการผลิตและประกอบในประเทศนั้นๆ หากรัฐบาลยังไม่มีการสนับสนุนก็จะยังคงมีผู้ที่สนใจสั่งจองเข้ามาในที่สุด
คงต้องจับตามดูต่อไปว่า ค่ายบีเอ็มฯ จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะเป้าหมายการขายที่จะต้องดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา







