
งานแสดงรถจัดถี่ทุกไตรมาส ดิ้นหารายได้สู้โฆษณานิตยสารร่วง
อุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายในประเทศอยู่ที่ 9.2 แสนคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4.3%
อุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายในประเทศอยู่ที่ 9.2 แสนคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4.3% จากปัจจัยเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวสู่ภาวะปกติ โดยที่รัฐบาลได้คาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อยู่ที่ 3-4% สัญญาณของการฟื้นตัวดังกล่าวได้ส่งผลให้ “ธุรกิจการจัดแสดงและจำหน่ายรถยนต์” ซึ่งจัดโดยผู้ประกอบธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ยานยนต์เกิดความคึกคักขึ้นอีกครั้ง หลังจากในปีที่ผ่านมา
สถานการณ์ธุรกิจไม่ค่อยสู้ดีนัก
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล ในฐานะประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ (มอเตอร์เอ็กซ์โป) กล่าวว่า กำลังซื้อผู้บริโภคในระดับ B+ ยังถือได้ว่ามีแนวโน้มทิศทางที่ดีอยู่ ซึ่งการเร่งการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นปัจจัยหนุนให้ประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะที่การจัดงานแสดงและจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยยังพอมีช่องว่างทางการตลาดอยู่ โดยผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจเข้ามาในธุรกิจนี้จะต้องชูจุดเด่นที่มีความแตกต่าง และร่วมมือกับพันธมิตรมากกว่าการจัดโดยบริษัทเดียว
“ผู้ประกอบการรายใหม่ถ้ามาคนเดียวก็อาจจะยากหน่อยในการทำธุรกิจ ซึ่งแม้แต่ผู้ประกอบการที่อยู่ในตลาดนี้อยู่ปัจจุบันยังมีการร่วมมือกับพันธมิตรในการขยายการจัดงานเพื่อให้ครอบคลุมเลย และปัจจุบันสถานการณ์การแข่งขันยังอยู่ในรูปแบบการแบ่งมากกว่าการแข่ง จึงไม่ต้องแย่งชิงตลาดมากเท่าไรนัก” ขวัญชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเม็ดเงินเฉลี่ยในการลงทุนจัดงานระดับ 100 ล้านบาท/งาน แต่สามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจนี้ได้มูลค่าหลักแสนล้านบาทต่อปี เชื่อว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยังเห็นว่า การร่วมงานแสดงและจำหน่ายรถยนต์ยังเป็นโอกาสในการขายอยู่เช่นกัน โดยในปี 2557 บริษัทใช้งบประมาณการจัดงานอยู่ที่ 150 ล้านบาท และสามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ ในฐานะประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า การแข่งขันในธุรกิจการจัดงานแสดงและจำหน่ายรถยนต์ในปัจจุบันเป็นในลักษณะความร่วมมือของผู้จัดงานรายเดิมที่อยู่ในตลาดแล้วแตกไลน์ออกมาจัดงาน
ขณะเดียวกัน ยังมีห้างสรรพสินค้าที่จัดงานแสดงรถยนต์เพื่อดึงดูดคนให้เข้าไปเดินซื้อสินค้าภายในห้าง รวมถึงการออกบูธของเหล่าดีลเลอร์ที่เคาะประตูบ้านลงพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ตามตลาดนัดหรือพื้นที่ชุมชน ซึ่งเรามองเห็นเป็นโอกาสในการรวมงานที่กระจัดกระจายเหล่านั้นมารวมศูนย์ไว้ในที่เดียวคือ งานที่เน้นช่วยการขายรถยนต์ นอกจากนี้การที่ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายรถยนต์ในปัจจุบันทุกรายมีธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ยานยนต์อยู่ในมือจะเป็นการต่อยอดในการจัดงานได้ โดยบริษัทผู้ผลิตเข้ามาซื้อพื้นที่บูธภายในงานก็จะได้รับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ควบคู่ไปด้วย จึงไม่เป็นการใช้งบประมาณที่ซ้ำซ้อน
อย่างไรก็ตาม การซื้อโฆษณาของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่การทำธุรกิจในอุตสาหกรรมดังกล่าวเปลี่ยนไปสู่การรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ หัวเทียน ยางรถยนต์ เครื่องเสียง น้ำมันเครื่อง ซึ่งต้องเสนอราคาต่ำสุดเพื่อรับคำสั่งซื้อสินค้าในปริมาณมากแต่ผลกำไรต่อชิ้นน้อย ทำให้สิ่งที่บริษัทเหล่านี้ทำคือการตัดงบโฆษณาลง
“สัญญาณธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ยานยนต์เริ่มเห็นทิศทางมาในช่วง 5 ปีย้อนหลังเป็นต้นมา โดยสิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้ คือ ลดรายจ่ายเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร เนื่องจากการปรับระดับราคาโฆษณาน่าจะไม่ส่งผลดีต่อธุรกิจในสถานการณ์เช่นนี้ รวมทั้งการจัดงานแสดงและจำหน่ายรถยนต์และแตกไลน์เพื่อรองรับความต้องการให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ จึงเป็นอีกทางหนึ่งในการสร้างรายได้ได้” พัฒนเดช กล่าว
ด้าน วิลักษณ์ โหลทอง ประธานกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ในฐานะประธานการจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้ ซาลอน กล่าวว่า ในปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัทได้เว้นการจัดงานเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ส่วนในปี 2558 บริษัทได้กลับมาจัดงานเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากมองว่ากำลังซื้อผู้บริโภคและการเติบโตของเศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองจะส่งผลดีต่อการจัดงาน
นอกจากนี้ การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะส่งผลให้ไทยได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตและผู้ค้าต่างประเทศในอุตสาหกรรมยานยนต์และประดับยนต์เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในไทย
ยิ่งขึ้น โดยบริษัทเตรียมใช้งบจัดงานรวม 280 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานกว่า 7 แสนคน ซึ่งปี 2556 มีเงินสะพัดงานในกว่า 1,500 ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้นแต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
จาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในฐานะรองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ กล่าวว่า การมีผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายรถยนต์มากขึ้นจะส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมงานจะต้องวางแผนในการเลือกออกงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท เนื่องจากมูลค่าการลงทุนในการเข้าร่วมงานแต่ละครั้งต้องใช้มูลค่าสูง ส่วนการที่คู่แข่งในตลาดเพิ่มขึ้นถือได้ว่าเป็นการสร้างสีสันให้ตลาดคึกคักยิ่งขึ้น
เชื่อว่า งานแสดงและขายรถยนต์ปีนี้การแข่งขันจะเป็นไปอย่างเข้มข้นแน่นอน







