
นิรโทษเอสเอ็มอี
ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
โดย...เบญจวรรณ รัตนวิจิตร
ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบข้อเสนอของเอกชนเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีนิติบุคคลสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี
ทั้งนี้ เดิมผู้ประกอบการถูกเก็บภาษีอัตรา 20% ให้ปรับใหม่เป็นแบบขั้นบันได โดยเอสเอ็มอีที่มีกำไรไม่เกิน 5 ล้านบาท เก็บภาษี 5% กำไรไม่เกิน 10 ล้านบาท เก็บภาษี 10% และกำไรไม่เกิน 20 ล้านบาท เก็บภาษี 15% เป็นมาตรการระยะสั้น 3 ปี
ขณะเดียวกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบมากขึ้น ภาคเอกชนจึงเสนอให้ที่ประชุม กรอ.พิจารณา ยกเลิกการสอบภาษีย้อนหลังกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มียอดขายไม่เกิน 200 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปีเช่นเดียวกัน
มาตรการต่างๆ ที่ประชุม กรอ.ได้มอบให้กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพไปตั้งคณะทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และภาคเอกชนจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่มี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย ร่วมกันสรุปรายละเอียดให้เสร็จภายใน 1 เดือน
อย่างไรก็ตาม สมหมาย ภาษี รมว.คลัง เคยให้ความเห็นก่อนหน้านี้ว่า การยกเลิกการเก็บภาษีย้อนหลังกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันง่ายๆ และทำได้ทันที ต้องมีขั้นตอน กระบวนการกลั่นกรองที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง
ขณะที่ ส.อ.ท. มองว่า มาตรการดังกล่าว จะจูงใจให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่เคยอยู่ในระบบ มาเข้าระบบมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว เพราะเอสเอ็มอีเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ทุกวันนี้มีเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียน 2.7 ล้านราย แต่ที่ไม่ขึ้นทะเบียนมีอีกจำนวนมาก
จากผลสำรวจของทีดีอาร์ไอ พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีธุรกิจเกิดใหม่มากกว่า 2 ล้านราย ถ้าภาครัฐมีมาตรการจูงใจให้กลุ่มเหล่านี้มาเข้าระบบการเสียภาษีที่ถูกต้อง เชื่อว่าจะมีรายได้ให้กับประเทศอีกมหาศาล ดังนั้นหากปลดล็อกจุดนี้ได้เชื่อว่าจะส่งผลดีในระยะยาว







