
บ้านปูโกยกำไร 2,679 ล้าน
ราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ตกต่ำมานานตั้งแต่กลางปี 2555 ฉุดให้ราคาหุ้นบริษัท บ้านปู (BANPU) ร่วงลงเหวลึกมากกว่า 50% และทำให้ผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัทต้องปรับกลุยทธ์ในการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ทั้งการลดค่าใช้จ่าย ปรับแผนการลงทุนตามสถานการณ์ เพื่อประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตการณ์ไปได้ ซึ่งก็เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม
ราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ตกต่ำมานานตั้งแต่กลางปี 2555 ฉุดให้ราคาหุ้นบริษัท บ้านปู (BANPU) ร่วงลงเหวลึกมากกว่า 50% และทำให้ผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัทต้องปรับกลุยทธ์ในการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ทั้งการลดค่าใช้จ่าย ปรับแผนการลงทุนตามสถานการณ์ เพื่อประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตการณ์ไปได้ ซึ่งก็เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม
ล่าสุด บริษัท บ้านปู เปิดเผยผลดำเนินงานในปี 2557 ว่ามีกำไรสุทธิ 2,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 355 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 15.27% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2556 ที่มีกำไรสุทธิ 2,324 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะลดลง 206 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6% มาอยู่ที่จำนวน 3,145 ล้านเหรียญสหรัฐก็ตาม เนื่องจากยังได้รับผลกระทบจากราคาถ่านหินที่ลดลงต่อเนื่องเฉลี่ยปี 2557 ที่ 65.36 เหรียญสหรัฐ เทียบกับเฉลี่ยปี 2556 ที่ 72.41 เหรียญสหรัฐ หรือลดลงประมาณ 10% ซึ่งราคาขายเฉลี่ยของเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียก็ลดลง 10% เช่นเดียวกันกับในตลาดโลก
บริษัทมีรายได้จากถ่านหินคิดเป็น 94% ของรายได้ทั้งหมด ที่เหลือ 6% มาจากรายได้จากการขายไฟฟ้า ไอน้ำ และอื่นๆ จำนวน 192 ล้านเหรียญสหรัฐ
กำไรที่ดีขึ้นของบริษัทมาจากต้นทุนขายรวมลดลง 162 เหรียญสหรัฐ หรือ 7% มาอยู่ที่ 2,139 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากปริมาณการขายถ่านหินเพิ่มขึ้น 4% และต้นทุนต่อตันลดลง
คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 0.70 บาท มากกว่าที่จ่ายระหว่างกาลหุ้นละ 0.50 บาท







