posttoday
บจ.ชี้น้ำมัน 54 ดอลล์

บจ.ชี้น้ำมัน 54 ดอลล์

19 กุมภาพันธ์ 2558

ซีอีโอมองผลบวกจากราคาถูก IRPC-TOP ติดดัชนียั่งยืนโลก&O5532; ซีอีโอ บจ.คาดน้ำมันเฉลี่ยปีนี้ 54 เหรียญสหรัฐ มองราคาถูกดีต่อธุรกิจ ไออาร์พีซีเข้ากลุ่ม ปตท.ติดดัชนีความยั่งยืนของโลก

ซีอีโอมองผลบวกจากราคาถูก IRPC-TOP ติดดัชนียั่งยืนโลก&O5532; ซีอีโอ บจ.คาดน้ำมันเฉลี่ยปีนี้ 54 เหรียญสหรัฐ มองราคาถูกดีต่อธุรกิจ ไออาร์พีซีเข้ากลุ่ม ปตท.ติดดัชนีความยั่งยืนของโลก

นางสุวิสาส์ เผ่าเหลืองทอง และ น.ส.สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หรือซีอีโอเซอร์เวย์ ทั้งจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 39 บริษัท จาก 22 หมวดธุรกิจมาร์เก็ตแคป ทั้งหมด 19% เกี่ยวกับราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงผลปรากฏว่าผู้บริหารจดทะเบียนส่วนใหญ่คาดว่าราคาน้ำมันในปี 2558 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 51-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หรือเฉลี่ยประมาณ 54 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับราคาน้ำมันในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 48.64 เหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท.เพิ่งปรับลดราคาน้ำมันเฉลี่ยของปีนี้อยู่ที่ 53 เหรียญสหรัฐ จากก่อนนี้คาดเฉลี่ย 60-70 เหรียญสหรัฐ

ผู้บริหาร บจ.ส่วนใหญ่คิดว่าการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันเป็นผลบวกต่อกิจการ ส่วนกลยุทธ์การปรับตัวรับมือกับการลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก บริษัทที่มีรายได้จากน้ำมันให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและแรงงานมากกว่าการลดการจ้างงานหรือปรับลดส่วนต่างราคา ขณะที่บริษัทที่มีต้นทุนจากการใช้น้ำมันเป็นปัจจัยการผลิตให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและแรงงานและการปรับราคาสินค้า (ปรับลดราคาสินค้าตามต้นทุนที่ลดลง) มากกว่าการขยายการลงทุนและการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

สำหรับข้อเสนอแนะทางนโยบายกลุ่มธุรกิจที่มีรายได้จากน้ำมันและกลุ่มธุรกิจที่มีต้นทุนจากการใช้น้ำมันเป็นปัจจัยการผลิตโดยตรง ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนด้านนโยบายตั้งแต่การให้สัมปทาน การจัดสรรทรัพยากร การแข่งขัน การส่งเสริมการลงทุน การเผยแพร่ข้อมูล การสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงาน ด้านกลุ่มบริษัทที่ไม่มีรายได้และต้นทุนการผลิตจากน้ำมัน ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประเทศ การกำหนดราคาน้ำมันที่เหมาะสมสะท้อนต้นทุน การส่งเสริมพลังงานทางเลือก และการวางแผนด้านพลังงานในระยะยาว

ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกลับมาลดลงอีกครั้งเกือบ 1 เหรียญสหรัฐ มาซื้อขายต่ำกว่า 53 เหรียญสหรัฐ ภายหลังจากนายกาเร็ธ ลูว์อิส-เดวีส์ และนายแฮร์รี ชิลลิงกูเรียน นักวิเคราะห์น้ำมันของบีเอ็นพีพาริบาส์ ระบุว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในระยะนี้ถือว่าเร็วเกินไป เนื่องจากสต๊อกน้ำมันดิบในสหรัฐยังคงมีปริมาณมากเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันได้พุ่งขึ้นมากกว่า 35% นับตั้งแต่ทรุดตัวแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปีที่ 45.19 เหรียญในเดือนที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากการลดการใช้จ่ายด้านการขุดเจาะและสำรวจน้ำมันของบริษัทพลังงานหลายแห่ง รวมทั้งจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ลดลงในสหรัฐบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) เช่นเดียวกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. (PTT) คือ PTT บริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ซึ่งนับว่าบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ IRPC เร็วกว่าที่ได้กำหนดไว้ในปี 2563

DJSI ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความยั่งยืนขององค์กรที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความเชื่อมั่นในปีที่ผ่านมา บริษัทมีผลการประเมินอยู่ในกลุ่ม 10% แรกที่ได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ซึ่งมี 91 บริษัทชั้นนำทั่วโลกเข้าร่วมการประเมินและบริษัทยังได้รับการจัดอันดับจาก RobecoSAM Year book 2015 ให้อยู่ในกลุ่ม Bronze Class และได้รับรางวัล Industry Mover ด้วยคะแนนการประเมินที่เพิ่มขึ้น

นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ กล่าวว่า บริษัทได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับ Gold Class ติดต่อกันเป็นปีที่สอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุนต่อความสามารถของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและต่อเนื่องในระยะยาว

“ในปีนี้ RobecoSAM จัดอันดับให้ไทยออยล์เป็นที่หนึ่งด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของโลก เพราะมีความมุ่งมั่นขับเคลื่อนกลยุทธ์ของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมและมีกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แข็งแกร่ง ยิ่งกว่านั้นยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืนและได้รับความไว้วางใจ รวมทั้งสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนรอบโรงกลั่นได้อย่างเข้มแข็ง” นายอธิคม กล่าว

นอกจากนั้น บริษัทยังได้รับการประเมินว่ามีมาตรการในกระบวนการทำงานที่เป็นเลิศ ดำเนินการผลิต โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันบริษัทมีการทบทวนและพัฒนากระบวนการในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยอย่างต่อเนื่องผ่านระบบบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศในด้านการดำเนินงาน พร้อมทดสอบสมรรถภาพและตรวจสุขภาพของพนักงานและผู้รับเหมา ตลอดจนการควบคุมการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ซึ่งมีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในด้านความปลอดภัยอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า