
สิทธิและหน้าที่ของผู้ถือบัตรเมื่อเกิดการทุจริต (1)
เขียนเรื่องการใช้บัตรเครดิตมาเป็นสัปดาห์แล้ว วันนี้ดิฉันจะแนะนำคุณผู้อ่านในเรื่องของสิทธิของผู้ใช้เงินพลาสติก
โดย...เมาท์ คลองเตย
เขียนเรื่องการใช้บัตรเครดิตมาเป็นสัปดาห์แล้ว วันนี้ดิฉันจะแนะนำคุณผู้อ่านในเรื่องของสิทธิของผู้ใช้เงินพลาสติก คนส่วนใหญ่มักไม่สนใจตัวอักษรจิ๋วๆ ในเงื่อนไขการเปิดบัญชีธนาคารหรือในใบสมัครบัตรเครดิต เมื่อสมัครแล้วก็แล้วไปเรื่องการทุจริตบัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต และบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตในบ้านเราก็ยังมีเกิดขึ้นเป็นระยะ
ผู้บริโภคควรให้ความสนใจเจ้าตัวหนังสือจิ๋วๆ แต่สำคัญมากเหล่านั้นสักหน่อย เพราะทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิและความรับผิดชอบของท่านในฐานะลูกค้าและของธนาคารด้วย เผื่อวันดีคืนดีท่านตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่หากินกับบัญชีธนาคารของคนอื่น ท่านจะได้ทราบว่าขอบเขตของสิทธิและความรับผิดชอบของท่านและธนาคารแบ่งกันที่ตรงไหน
แม้ธนาคารแต่ละแห่งจะมีกฎระเบียบแตกต่างกันไป แต่ก็มีหลักการส่วนใหญ่เหมือนกันอย่างเช่น ธนาคารจะต้องเก็บรักษาเงินของลูกค้าอย่างมั่นคงและปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าไว้เป็นความลับด้วยจรรยาบรรณทางวิชาชีพ
นอกจากนี้ ธนาคารมีหน้าที่จัดเตรียมระบบงานให้พร้อมอยู่เสมอเผื่อกรณีเกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาดเกี่ยวกับบัญชีของลูกค้า จะต้องสามารถแก้ไขได้ทันท่วงทีและป้องกันไม่ให้ปัญหาเดียวกันเกิดซ้ำอีก
ทีนี้มาดูลองดูสถานการณ์แบบต่างๆ ของการทุจริตเกี่ยวกับบัตรและบัญชีธนาคาร ซึ่งสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้และสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา พร้อมคำแนะนำในการปฏิบัติสำหรับลูกค้า หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงๆ เพื่อแสดงความรับผิดชอบและรักษาสิทธิของท่าน
หากท่านทำกระเป๋าสตางค์หาย หรือเพิ่งรู้ตัวว่าบัตรเครดิตถูกขโมย
หากท่านประสบปัญหาดังกล่าว ต้องแจ้งธนาคารทันทีเพื่อทำการยกเลิกบัตรและป้องกันมิให้ผู้อื่นนำไปใช้ หากมีผู้นำบัตรของท่านไปใช้หลังจากท่านแจ้งธนาคารแล้ว ธนาคารจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดแก่บัญชีของท่าน ดังนั้นยิ่งแจ้งธนาคารเร็วเท่าไหร่ ท่านก็ได้รับความคุ้มครองมากขึ้นเท่านั้น
แต่เกิดปัญหาการถกเถียงหลายครั้งในเรื่องเวลาของการแจ้งบัตรเครดิตหาย ติดตามต่อในวันพรุ่งนี้ดีกว่า







