posttoday
การส่งเสริม Sharing Economy ในธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย MVNO : ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อทุกภาคส่วน

การส่งเสริม Sharing Economy ในธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย MVNO : ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อทุกภาคส่วน

18 กุมภาพันธ์ 2558

โดย จักรกฤษณ์ สังกิตติวรรณ์, พาร์ทเนอร์ บริษัทที่ปรึกษา ไทม์ คอนซัลติ้ง จำกัด

โดย จักรกฤษณ์ สังกิตติวรรณ์, พาร์ทเนอร์ บริษัทที่ปรึกษา ไทม์ คอนซัลติ้ง จำกัด

สภาพตลาดการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันของประเทศไทย

ตลาดการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยทั้งในอดีตและในปัจจุบันถูกควบคุมโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ เพียง 3 ราย โดยมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากถึงร้อยละ 99 ซึ่งทำให้เกิดสภาพการแข่งขันที่ไม่มีประสิทธิภาพโดยสามารถวัดได้ จากค่าดัชนี Herfindahl - Hirschman Index หรือ HHI (ดัชนีวัดขนาดของผู้ค้าและผู้ให้บริการที่สัมพันธ์ในธุรกิจและชี้วัด ให้เห็นความรุนแรงในการแข่งขันในวงการธุรกิจโทรคมนาคมระดับนานาชาติ)

โดยหากวิเคราะห์ภาพรวมสภาพของการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในภูมิภาค ASEAN พบว่าประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม มีสภาพการแข่งขันที่ดีกว่าในประเทศไทยหรือสิงคโปร์ เนื่องจากมีผู้ประกอบการในตลาดรายใหญ่ มากกว่า 3 ราย ระดับการแข่งขันที่ต่ำเช่นนี้จะก่อให้เกิดผลเสียและปัญหาต่อผู้บริโภคและระบบเศรษฐกิจโดยรวมในหลายๆ ด้าน เช่น อัตราค่าบริการที่อยู่ในระดับสูง หรือคุณภาพของการให้บริการที่ต่ำ

อย่างไรก็ตามในการสร้างผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่รายใหม่ขึ้นในประเทศไทยเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก การจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้รายใหม่นำมาประกอบกิจการก็ยังไม่ใช่ทางเลือก เนื่องจากสภาพตลาดมีความอิ่มตัวสูง (ปัจจุบัน อัตราการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยอยู่ที่ 145% ต่อจำนวนประชากร) ดังนั้นการลงทุนในทรัพยากรหรือการสร้าง โครงข่ายที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงจึงมีความเสี่ยงทางธุรกิจที่สูงมาก

ทางเลือกที่ดีกว่าและมีการนำมาใช้อย่างประสบผลสำเร็จในหลายประเทศที่มีระดับการแข่งขันที่ดีคือการสนับสนุนให้เกิด MVNO (Mobile Virtual Network operator) โดยจะเห็นได้ว่าในเกือบทุกประเทศใน EU จะมีผู้ให้บริการ MVNO อยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ในสหราชอาณาจักรที่มีจำนวน MVNO มากกว่า 40 ราย และในขณะเดียวกัน MVNO ในหลายๆ ประเทศก็มีส่วนแบ่งตลาดรวมอยู่ในระดับที่สูง เช่น เนเธอร์แลนด์ (38%) เยอรมันนี (35%) สหราชอาณาจักร (16%) ฝรั่งเศส (11%) สเปน (11%) เป็นต้น และจะสังเกตได้อีกว่า เกือบทุกประเทศใน EU จะมี MVNO รายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 1% จึงท าให้สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือ MNO ได้ในหลายๆ segment ของตลาด

สำหรับประเทศไทย การสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการให้บริการ MVNO อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะ MVNO ราย ใหญ่ เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสร้างให้เกิดสภาพการแข่งขันที่ดีขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพของ บริการอย่างแท้จริงเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่เป็นเสมือนปัจจัยที่ 5 ในการ ดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบัน รวมไปถึงการส่งเสริมการใช้โครงข่ายที่ยังคงมีกำลังการผลิตส่วนเกินอยู่ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้แก่รัฐได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่รัฐควรจะต้องเร่งดำเนินการสนับสนุนเพิ่มเติมโดยเร็วภายใต้แนวคิด “เอกชนดำเนินการ รัฐอำนวยการ” และการที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น การเกิดผู้ให้บริการ MVNO มากขึ้นจะเป็นส่วนช่วยผลักดันได้ นอกจากนี้รูปแบบเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในยุคดิจิตอลจะมีลักษณะแบบ Sharing Economy มากยิ่งขึ้น นั่นคือการที่ภาคส่วนต่างๆ จะมีการเชื่อมเข้าหากันและใช้ทรัพยากรร่วมกันมากขึ้น ซึ่งจะ ผลักดันให้เกิดศักยภาพในการแข่งขันและการเจริญโตเติบทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้ต่อไป

โดยสรุปแล้ว การส่งเสริมการให้บริการ MVNO จะส่งผลดีอย่างไร?

- Better Price: มีสภาพการแข่งขันที่แท้จริงโดยอัตราค่าบริการทั้งการให้บริการประเภทเสียงและข้อมูลจะลดอย่าง มากจากการแข่งขันกันให้บริการ

- Better Quality and Innovation: ผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับบริการที่หลากหลาย และมีการนำนวัตกรรม ใหม่ๆ มาให้บริการมากขึ้น รวมไปถึงการน าบริการ MVNO ไปใช้ต่อยอดนวัตกรรมอื่นๆ ได้อีกด้วย

- Better Target Consumer: การให้บริการ MVNO สามารถกำหนด segment เฉพาะที่ยังคงสามารถให้บริการ เช่น ผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนเลขหมายบ่อย ๆ ธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยจากโครงข่ายให้บริการที่เป็นส่วนตัวมาก ขึ้น การให้บริการควรคู่ไปยังฐานลูกค้ากลุ่มเดิมที่มีอยู่ เป็นต้น

- Benefits Network Utilize: โครงข่ายในปัจจุบันยังมีกำลังการให้บริการที่เหลืออยู่ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ได้และเพิ่มการประหยัดต่อขนาดในการให้บริการได้มากขึ้น

- Benefits across Sectors: ภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคอุตสาหกรรมการผลิต การเกษตร การธนาคาร การบริการ และการบริโภค มีต้นทุนในการสื่อสารที่ลดลง ทำให้มีศักยภาพในการแข่งขันกันในภาคส่วนมากขึ้น ดังนั้นผู้บริโภค จึงได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น

- Better Competition in Global Market: ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันกับนานาประเทศเพิ่มมากขึ้น จากการที่มีต้นทุนด้านการสื่อสารที่ลดลง

หากสภาพและโครงสร้างตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเป็นเช่นเดิม

- ผู้บริโภคมีทางเลือกที่จำกัด ได้รับอัตราค่าบริการที่สูง (สังเกตได้จากระดับราคาในปัจจุบัน และการลดลงของระดับ ราคาที่มีไม่มากนักในอดีต) ท าให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายเกินควรสำหรับผู้บริโภค

- การนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้งานในชีวิตประจำวันหรือนำมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นไปอย่าง เรื่อยๆ ไม่รวดเร็วนัก อาจไม่สอดรับกับแนวทางและเป้าหมายในการดำเนินงานไปสู่ยุค Digital Economy

- ผู้ให้บริการได้รับผลประโยชน์ในระดับที่สูงจากระดับการแข่งขันที่ไม่เพียงพอในปัจจุบัน โดยพิจารณาได้จากอัตราส่วน กำไรจากให้บริการ (profit margin) ของผู้ประกอบการ 3 รายหลักในตลาดที่อยู่ในระดับที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลกำไรจากการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานมาสู่ระบบใบอนุญาตจากการให้บริการ 3G

- ปัญหาในการเลือกปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการ โดยผู้ให้บริการมีการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ใช้บริการบางกลุ่ม เช่นกลุ่มที่ต้องการจะ ย้ายไปใช้บริการกับผู้ให้บริการรายอื่นโดยจะเสนอเพิ่มปริมาณการใช้บริการทั้งประเภทเสียงและข้อมูลเพิ่มมากขึ้น อย่างมากเพื่อไม่ให้ผู้ใช้บริการย้ายไปอยู่กับรายอื่น พฤติกรรมเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และมักเกิดกับ กรณีที่ผู้ให้บริการ over price หรือค้าก าไรเกินควร ซึ่งสามารถทำได้ในตลาดที่มีการแข่งขันอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

- ต้นทุนในการติดต่อสื่อสารของภาคส่วนต่างๆ ในประเทศอยู่ในระดับที่สูง ทำให้มีศักยภาพในการแข่งขันที่ต่ำ และไม่ สามารถแข่งขันได้กับนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี