
รัวประมูลสร้างถนน
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
การลงทุนสร้าง ถนนสายหลักและมอเตอร์เวย์ของกระทรวงคมนาคมกำลังเดินหน้าเต็มที่ โดยเฉพาะทางเชื่อมระหว่างเมืองนั้นกรมทางหลวงเดินหน้าปักหมุดจัดสรรงบเพื่อลงทุนในการซ่อมและสร้างให้ได้ภายในปีนี้
ชูศักดิ์ เกวี อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า เดือน มี.ค.นี้ กรมทางหลวงจะเปิดประกวดราคาโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) พัทยา-มาบตาพุด วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 13 ตอน รวมระยะเวลา 2 ปีครึ่ง โดยขณะนี้ได้จัดสรรงบประมาณ 1,400 ล้านบาท สำหรับจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว
นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังเตรียมเปิดประกวดราคามอเตอร์เวย์เพิ่มอีก 2 สาย เพื่อเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2559 ได้แก่ 1.โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. เงินทุน 8.46 หมื่นล้านบาท
2.โครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดสำคัญเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษฝั่งไทยสู่ทวาย ระยะทาง 92 กม. วงเงิน 5.56 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมในการก่อสร้างแล้ว คมนาคมกำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม ซึ่งจะขอใช้เงินกู้ในประเทศ เพราะมีต้นทุนทางการเงินต่ำที่สุด หากได้ข้อสรุปจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ จากนั้นจะดำเนินการประมูล โดยจะเริ่มเวนคืนในปีงบประมาณ 2559
ชูศักดิ์ ชี้แจงว่า ปีงบประมาณ 2558 กรมทางหลวงได้รับงบรวม 6 หมื่นล้านบาท แต่ในปีงบประมาณ 2559 จำเป็นต้องดำเนินการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนทำให้มีรถจากต่างชาติเคลื่อนย้ายมาในประเทศมากขึ้น ทำให้ถนนชำรุดเสียหายง่ายขึ้น ต้องใช้งบบำรุงรักษาเพิ่มเติม ขอเสนองบเพิ่มเป็น 9 หมื่นล้านบาท มาใช้ในการลงทุนและบำรุงรักษา
ปัจจุบัน กรมทางหลวงได้รับงบในซ่อมบำรุงถนนอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ระยะแรกต้องการงบซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3% หรือเป็น 2.5-3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ข้อมูลจากโครงการศึกษาจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาทางหลวงเพื่อรองรับการเข้าสู่เออีซี ระบุว่า ผลกระทบด้านการขนส่งคมนาคมทางถนนจากการเข้าสู่เออีซี จะทำให้ไทยต้องเสียค่าซ่อมบำรุงผิวทางเพิ่มขึ้น 4.96 หมื่นบาท/กม./ปี หรือราว 2,900 ล้านบาท/ปี มีความสูญเสียจากอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 4.83 หมื่นบาท/กม./ปี หรือราว 2,800 ล้านบาท/ปี และมีต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น 8,800 บาท/กม./ปี หรือราว 520 ล้านบาท/ปี
ชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาทางหลวงเพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น จะใช้งบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท พัฒนาด่านชายแดนแม่สอด จ.ตาก หลายโครงการ เช่น โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 พร้อมโครงข่าย โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 (ตาก-แม่สอด ตอน 4) ขยายช่องจราจรจาก 2 เลนเป็น 4 เลน
สำหรับด่านชายแดนอื่นๆ กรมทางหลวงมีแผนก่อสร้างและปรับปรุงทางหลวงแล้ว เตรียมพัฒนาถนนบริเวณด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเชื่อมบ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท ระยะทาง 30 กม.
ขณะที่ด่าน จ.มุกดาหาร จะพัฒนาเส้นทางแนวใหม่ กาฬสินธุ์-นาไคร้-คำชะอี วงเงินกว่า 4,700 ล้านบาท ส่วนที่ด่านคลองใหญ่ จ.ตราด อยู่ระหว่างประมูลขยายถนนเป็น 4 เลน จากตราด-บ้านหาดเล็ก 32 กม. งบ 900 ล้านบาท
ขณะที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ชี้แจงว่า ในปีงบประมาณ 2558 กระทรวงคมนาคมจะมีงบปรับปรุงถนน 4 ช่องจราจรกับถนนเชื่อมประตูการค้าชายแดนรวม 8,957 ล้านบาท
ด้านการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 12 สายตาก-อ.แม่สอด ตอน 3 ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 ขนาด 4 ช่องจราจร ซึ่งเป็นโครงข่ายที่ 2 ที่เชื่อมตั้งแต่ อ.แม่สอด-ตาก-สุโขทัย-พิษณุโลก-อ.หล่มสัก-อ.ชุมแพ-ขอนแก่น-กาฬสินธุ์-มุกดาหาร ตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) ระยะทาง 27 กม. ซึ่งได้รับงบประมาณมารวม 1,400 ล้านบาท ก็มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อตัดถนน
ขณะที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเดินหน้าชี้แจงผลการศึกษาด้านวิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษสายอุดรรัถยา-พระนครศรี อยุธยา ที่่ขยายจาก กทม.เชื่อมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยต่อขยายจากทางพิเศษที่ด่านบางปะอิน สิ้นสุดที่ถนนสายเอเชีย (ทล.32) กม.40 อ.บางปะหัน ระยะทาง 42 กม. มูลค่าลงทุนรวม 3.08 หมื่นล้านบาท
นี่คือโครงการลงทุนที่จะเกิดขึ้น เฉพาะกรมทางหลวง 4.03 หมื่นล้านบาท กรมทางหลวงชนบทอีก 3.29 หมื่นล้านบาท







