posttoday
มวยถูกคู่

มวยถูกคู่

18 กุมภาพันธ์ 2558

พอจะตัดสินใจลงทุนก็ต้องถามถึง “ผลตอบแทน” และที่เราพบเห็นง่ายที่สุดคือผลตอบแทนในอดีต เช่น กองทุนรวม AAA มีผลการดำเนินงาน 3 ปีย้อนหลังที่ 20% กองทุนรวม BBB มีผลการดำเนินงานในอดีตที่ 5% ...แล้ว 20% หรือ 5% นี่ เรียกว่า “เจ๋ง” ได้หรือยัง?

พอจะตัดสินใจลงทุนก็ต้องถามถึง “ผลตอบแทน” และที่เราพบเห็นง่ายที่สุดคือผลตอบแทนในอดีต เช่น กองทุนรวม AAA มีผลการดำเนินงาน 3 ปีย้อนหลังที่ 20% กองทุนรวม BBB มีผลการดำเนินงานในอดีตที่ 5% ...แล้ว 20% หรือ 5% นี่ เรียกว่า “เจ๋ง” ได้หรือยัง?

จะดูว่า “เจ๋ง” หรือไม่ ทางตำราเขาให้นำผลตอบแทนนั้นไปเปรียบเทียบกับ Benchmark หรือเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่ง Benchmark ที่นำมาใช้ควรมีของที่ลงทุนหรือมีนโยบายลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนและมีความเสี่ยงในลักษณะที่ใกล้เคียงกับของกองทุนรวมที่เราสนใจ เช่น หากสนใจกองทุนรวมที่ลงทุนหุ้นไทย Benchmark ที่ใช้ควรเป็นดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (เช่น SET Index หรือ SET50)

หรือหากเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ก็น่าจะดูละเอียดลงไปว่า ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐหรือเอกชน (หุ้นกู้) เป็นหลัก เพราะหากลงทุนหลักในพันธบัตรรัฐบาล ควรใช้ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล แต่หากลงทุนในหุ้นกู้เป็นหลัก ควรใช้ดัชนีหุ้นกู้ที่คำนวณโดย ThaiBMA ในการเปรียบเทียบจึงจะเหมาะสม นอกจากนี้จะต้องเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น ผลการดำเนินงาน 1 ปี เปรียบเทียบกับ Benchmark อายุ 1 ปี ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

เปรียบเหมือนมวยต้องจัดให้ถูกคู่ คนดูถึงจะสนุกและคุ้มค่ากับราคาตั๋วและเวลาในการชม

สำหรับ Benchmark ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยแพร่มี 2 แบบหลัก คือ Price Return Index (มักเรียกว่า SET Index) และ Total Return Index (SET TRI) โดย Price Return Index คำนวณจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น ในขณะที่ Total Return Index ใช้ทั้งการเปลี่ยนแปลงของราคาและเงินปันผลของหุ้นมาคำนวณด้วย เพราะถือว่าผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้จากการลงทุนในหุ้นจะมีทั้งจากส่วนต่างราคาและเงินปันผล และเช่นเดียวกัน กองทุนรวมตราสารทุนควรใช้ Total Return Index เป็นตัวเปรียบเทียบมากกว่าจะใช้ Price Return Index ซึ่งเริ่มมีหลายกองทุนที่เปิดเผยข้อมูลไว้ชัดเจนช่วยให้ผู้ลงทุนตัดสินใจได้ดี โดยเปิดเผยเช่นนี้

จากสถิติ 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยจ่ายเงินปันผลเฉลี่ย 3.7% ต่อปี ซึ่งคิดคร่าวๆ ได้ว่า Total Return Index น่าจะให้ค่าที่สูงกว่า Price Return Index เฉลี่ย 3-4% ดังนั้น หากกองทุนรวมหุ้นกองไหนใช้ Price Return Index เป็น Benchmark ก็จะมีโอกาสมากกว่าที่จะแสดงตัวเลขผลการดำเนินงานสูงกว่า Benchmark หรือสูงกว่ามาก ทั้งที่จริงแล้วหากเปรียบเทียบกับ Total Return Index อาจจะไม่ชนะหรือชนะไม่มากนักก็ได้

ต้องขอย้ำว่า เพราะกองทุนรวมหุ้นให้ผลตอบแทนที่มาจากทั้งส่วนต่างราคาและเงินปันผลจากหุ้นที่ไปลงทุน ซึ่งสามารถนำไปลงทุนต่อได้ ดังนั้นจึงควรใช้ Total Return Index เป็น Benchmark เพราะมีส่วนผสมของทั้งสองปัจจัย แม้เป็นกองทุนรวมหุ้นที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ก็ควรใช้ Total Return Index เช่นกัน

หากเอกสารการขายกองทุนรวมหุ้นที่คุณสนใจไม่แสดง Total Return Index ให้เปรียบเทียบ คุณควรสอบถามผู้ขายหรือ บลจ. แต่หากเขามีแต่ SET Index ให้ คุณน่าจะหาข้อมูล Total Return Index จากแหล่งอื่น เช่น เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อประกอบการตัดสินใจอีกที

“ก.ล.ต.อยากให้คนไทยลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง”

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี