
‘ไอพีโอ’วิ่งฝ่าปัญหากรีซ
หุ้นน้องใหม่เมินผลกระทบกรีซ แพลน บี แจกกำไร 139% ที่ปรึกษาไอพีโอ S11 ลั่นเทรดวันแรกให้ผลตอบแทนดี
หุ้นน้องใหม่เมินผลกระทบกรีซ แพลน บี แจกกำไร 139% ที่ปรึกษาไอพีโอ S11 ลั่นเทรดวันแรกให้ผลตอบแทนดี
ตลาดหุ้นโลกรูดลงแรง หลังจากการเจรจาช่วยเหลือประเทศกรีซล้มเหลวลง ทำให้นักลงทุนกังวลผลกระทบที่จะตามมา กดดันให้ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับต่ำสุดของวันที่ 1,587.75 จุด ดิ่งลง 20.29 จุด คิดเป็น 1.26% ขณะที่หุ้นบริษัท แพลน บี มีเดีย (PLANB) เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรก (17 ก.พ.) กลับไม่สะทกสะท้าน ราคาเปิดกระโดดที่ 5 บาท และระหว่างวันขึ้นไปถึง 5.25 บาท ก่อนมาปิดที่ 4.78 บาท บวก 2.78 บาทเทียบกับราคาเสนอขายประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 2 บาท แจกกำไรคนจองซื้อถึง 139%
นายพินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพลนบี มีเดีย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกองทุนต่างประเทศมากกว่า 5 ราย แสดงความสนใจติดต่อเข้ามาเพื่อขอให้บริษัทไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) หลังจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอไม่ได้จัดสรรให้กับนักลงทุนต่างชาติ
ปัจจุบันกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ทุกรายถือหุ้นรวมกันประมาณ 75% ขณะนี้ไม่มีแผนที่จะขายลดสัดส่วนการถือลง รวมถึงสัดส่วนหุ้นของผู้มีส่วนร่วมในการบริหารจำนวน 529.71 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 15.16% ที่ไม่ติดระยะเวลาห้ามขาย (Silent Period) ยืนยันว่าไม่มีแผนขายออกมาด้วยเช่นกันเพราะต้องการรักษาสัดส่วนการถือหุ้นเอาไว้
อย่างไรก็ดี หากนักลงทุนต่างชาติต้องการเข้ามาลงทุนซื้อหุ้น PLANB สามารถซื้อในตลาดหลักทรัพย์ได้
ก่อนหน้านี้นักลงทุนสถาบันแสดงความสนใจซื้อหุ้น PLANB ล้นถึง 20%
นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PLANB กล่าวว่า แผนงานในอนาคตจะขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจที่ไม่ใช่สื่อนอกบ้านมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของรายได้ เพราะปัจจุบันมูลค่าเม็ดเงินอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาท/ปี ซึ่งแบ่งมาใช้ในสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยประมาณ 1 หมื่นล้านบาท/ปี
สำหรับหุ้นบริษัท เอส 11 กรุ๊ป (S11) กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 25 ก.พ. 2558 นายชาญชัย กงทองลักษณ์ กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชน (ไอพีโอ) ของ S11 คาดว่าหุ้น S11 จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี และอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับนักลงทุน แม้ภาวะตลาดหุ้นปัจจุบันจะมีปัจจัยกดดันจากความกังวลการเจรจาหนี้ของกรีซที่ยังไม่มีข้อสรุปก็ตาม
“ผมเชื่อว่าแนวโน้มหุ้นไอพีโอยังเป็นที่สนใจต่อเนื่องจากปี 2557 และราคาขายส่วนใหญ่ปกติจะมีส่วนลดให้นักลงทุนมีกำไร ราคา S11 ที่หุ้นละ 5.30 บาท ถือว่าเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน อ้างอิงจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (พีอี) อยู่ที่ประมาณ 20 เท่า มีส่วนลดจากกลุ่มลีสซิ่งที่ซื้อขาย พีอีประมาณ 50 เท่า ซึ่งถือว่าสูงเพราะมีหุ้นบางตัวในกลุ่มมีข่าวการเข้าซื้อกิจการ” นายปรินทร์ กล่าว
ขณะที่ธุรกิจของ S11 ถือว่ามีปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากว่า 20 ปี มีระบบการคัดกรองลูกค้าที่เข้มงวด ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อมีคุณภาพที่ดีและมีสัดส่วนหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ที่ระดับ 7% ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ประมาณ 10% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 20% และหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์น่าจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเพราะบริษัทจะมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
“ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินไม่อยากเห็นหุ้นไอพีโอที่ทำเข้าเทรดวันแรกราคากระโดดขึ้นไปสูงมากเกินไป เพราะส่วนหนึ่งอาจจะสะท้อนว่าการกำหนดราคาไอพีโอต่ำเกินไป และหากราคากลับมาต่ำภาพก็จะดูไม่ดี ดังนั้นต้องการให้ไอพีโอที่เข้าซื้อขายในวันแรกให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม หลังจากนั้นราคาค่อยขยับขึ้นๆ ตามปัจจัยพื้นฐานเอง” นายชาญชัย กล่าว
ส่วนหุ้นไอพีโอที่จะเข้าซื้อขายตัวต่อไปคือ บริษัท สแกน อินเตอร์ (SCN) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทยเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 300 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5 บาท จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 23 ก.พ.นี้
บริษัท สแกนฯ ตั้งราคาขายหุ้นละ 5 บาท ก็มีความต้องการจองซื้อจากนักลงทุนสถาบันล้นถึง 20 เท่าเช่นเดียวกับบริษัท แพลน บีฯ ซึ่งบริษัท สแกนฯ มั่นใจยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจที่มุ่งต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งจากนวัตกรรมพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ โดยบริษัทเป็นเจ้าของสิทธิบัตรแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จะช่วยผลักดันการเติบโตแบบยั่งยืน และมุ่งสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก







