
แช่แข็ง1ปีพีพีราคาถูก
บอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ อนุมัติห้าม 1 ปี หุ้นพี/พีที่ขายในราคาต่ำกว่า 90% ของตลาดยันไม่มีผลย้อนหลัง
บอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ อนุมัติห้าม 1 ปี หุ้นพี/พีที่ขายในราคาต่ำกว่า 90% ของตลาดยันไม่มีผลย้อนหลัง
นายสุภกิจ จิระประดิษฐกุล รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ตลท. (บอร์ดตลาด) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดวันที่ 17 ก.พ. 2558 มีมติอนุมัติการกำหนดระยะเวลาห้ามขาย (ไซเรนต์พีเรียด) สำหรับผู้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นแบบการเสนอขายในวงจำกัด (พี/พี) ในราคาต่ำกว่า 90% ของราคาตลาด (เฉลี่ยย้อนหลัง 7-15 วันก่อนวันขายพี/พี)
ทั้งนี้ ห้ามขายหุ้นพี/พีดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี และจะสามารถขายหุ้นได้ 25% เมื่อพ้น 6 เดือนหลังจากซื้อเป็นหลักการเดียวกับหุ้นที่เสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เกณฑ์นี้ต้องการให้ผู้ร่วมทุนใหม่ถือหุ้นอยู่ในบริษัทเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้นเดิม
อย่างไรก็ตาม ตลท.อาจผ่อนผันสำหรับผู้ร่วมทุนบางประเภท เช่น เจ้าหนี้ที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูกิจการและมีการแปลงหนี้เป็นทุน และผู้ลงทุนสถาบันตามนิยามตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. แต่ไม่รวมถึงกองทุนส่วนบุคคล และไม่ใช้กับพี/พีที่เหลือจากการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน (RO) และมีกระบวนการให้ผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิเกินส่วนแล้ว
“เกณฑ์นี้คาดว่าจะเริ่มใช้กับพี/พีที่ยังไม่ได้เรียกชำระก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ ตลท.จะขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.ก่อนบังคับใช้ต่อไป”
ทางด้านการลงทุนในตลาดหุ้น วันที่ 17 ก.พ. ดัชนีร่วงลงแรงหลายตลาด โดยดัชนีหุ้นไทยปิดที่จุดต่ำสุดถึง 20.29 จุด เพราะได้รับผลกระทบจากผลการประชุมกรีซและยูโรโซนยังไม่มีความคืบหน้า โดยรัฐบาลกรีซไม่ยอมรับร่างแถลงการณ์ของกลุ่มยุโรปในการขยายระยะเวลาให้ความช่วยเหลือกรีซออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งปัจจัยนี้ฉุดตลาดหุ้นกรีซ-ยุโรปรวมถึงหุ้นเอเชีย
นายประกิต สิริวัฒนเกตุผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุน บล.เอเซีย พลัส (ASP) กล่าวว่า ในสถานการณ์เศรษฐกิจอ่อนแอ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในระดับสูงกว่า 2.4% โอกาสการลดดอกเบี้ยยังมีความเป็นไปได้สูง
ดังนั้น กลยุทธ์ภายใต้ดอกเบี้ยต่ำ หุ้นปันผลจึงเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งในขณะนี้ โดยเฉพาะช่วงการรายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 และทั้งปี 2557 ซึ่งจะจ่ายเงินปันผลในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 2558
ฝ่ายวิจัยที่ได้ทำการศึกษาหุ้นปันผลย้อนหลัง 10 ปี พบว่าหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป พร้อมให้อัตราผลตอบแทนสูงเฉลี่ยตั้งแต่ 3.5% ขึ้นไป พบว่าราคาหุ้นในปัจจุบันยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นสูง จึงแนะนำซื้อหรือถือรับเงินปันผลมีทั้งสิ้น 36 บริษัท
กลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น2 ทางเลือก คือ ซื้อหุ้นก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD ราว 2 เดือน และขายทำกำไรหลังวันขึ้น XD ราว 2 เดือน ผลตอบแทนเฉลี่ยในอดีตสูงถึง 10.8% ด้วยความน่าจะเป็นราว 64% ได้แก่ บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ศุภาลัย (SPALI) บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) ส่วนซื้อหุ้นก่อนวันขึ้น XD ราว 2 เดือน และขายทำกำไรหลังวันขึ้น XD ราว 1 สัปดาห์ ผลตอบแทนเฉลี่ยในอดีตราว 6.9% ด้วยความน่าจะเป็นสูงถึง 70% ได้แก่ AIT เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (ASK) SPALI ธนาคารกรุงไทย (KTB)
“สภาพคล่องโลกที่ยังมีสูงบวกกับประเด็นการลดดอกเบี้ยน่าจะยังมีน้ำหนักให้เงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้ต่อไป กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยจะได้รับประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยขาลงมากที่สุดใกล้เคียงกับหุ้นในกลุ่มเช่าซื้อ/ลีสซิ่ง” บล.เอเซีย พลัส ระบุ
บริษัทอสังหาฯ ที่มีพอร์ตลูกค้าระดับกลาง-ล่างเป็นหลักซึ่งต้องอาศัยสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) SPALI บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) หรือบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) แต่พบว่าหุ้นในกลุ่มนี้จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8.6% พี/อี เฉลี่ยสูง 10.3 เท่าจึงยังให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มนี้ “เท่ากับตลาด” โดยเน้นเลือกลงทุนเป็นรายหุ้นที่คาดว่ากำไรจะเติบโตโดดเด่นและมีเงินปันผลจูงใจ
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยชอบ SPALI มากที่สุด ให้มูลค่าพื้นฐาน 31.96 บาท ตามด้วย PS มูลค่า 40.52 บาท และ AP ให้ 8.10 บาท







