
RFID ฝีมือคนไทย ผนึกพันธมิตรบุกอาเซียน
นวัตกรรมอาร์เอฟไอดี (RFID) ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกแล้ว หลังจากมีการนำนวัตกรรมชิ้นนี้ไปใช้ในหลายธุรกิจมากขึ้น
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
นวัตกรรมอาร์เอฟไอดี (RFID) ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกแล้ว หลังจากมีการนำนวัตกรรมชิ้นนี้ไปใช้ในหลายธุรกิจมากขึ้น ด้วยความสามารถในการตรวจจับการโจรกรรมสินค้าในกลุ่มรีเทล หรือนำไปใช้ในการเปิดปิดประตูอัตโนมัติในอาคารหรือรถไฟฟ้า รวมทั้งการอ่านข้อมูลอีคอมเมิร์ซ เป็นต้น
กำพล โชคสุนทสุทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเซนเทค (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจ 3 กลุ่ม คือ การนำเข้าอุปกรณ์ RFID เพื่อจัดจำหน่ายผ่านตัวแทน สร้างนวัตกรรม เพื่อรองรับธุรกิจทั้งระบบติดตั้งมาตรฐานและระบบสำหรับเช่า รวมทั้งเป็นที่ปรึกษา วิจัยและพัฒนา ซึ่งถือเป็นการทำธุรกิจโดยความร่วมมือมากกว่าการเป็นคู่แข่งเพื่อให้ตลาดเทคโนโลยีเติบโตไปด้วยกัน โดยปีนี้เป็นปีที่ 3 ของการจำหน่ายชิป RFID ไปได้ 2 ล้านชิ้น ถือเป็นอันดับสูงสุดในอาเซียน
“เราจะไม่เรียกคนที่ทำสายธุรกิจเดียวกันว่าคู่แข่ง แต่เป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อให้การเติบโตทางธุรกิจด้าน RFID นี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะมีคู่แข่งจากต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นและอเมริกาเข้ามาแย่งตลาดส่วนนี้จำนวนมาก จึงต้องสร้างความแข็งแกร่งในการทำงานและเตรียมขยายไปยังลาว เขมร พม่า” กำพล กล่าว
สำหรับปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20-25% หลังจากปีที่ผ่านมาตลาดซบเซาทำได้เพียง 15% ไม่เป็นไปตามเป้าที่เคยวางไว้ แต่เชื่อว่าปีนี้ธุรกิจนี้จะกลับมาอีกครั้ง เพราะธุรกิจรีเทลเริ่มเข้ามาใช้งานชิป RFID มากขึ้น อีกทั้งการเข้าไปทำตลาดในกลุ่มเอสเอ็มอีและการสนับสนุนของภาครัฐยิ่งเป็นโอกาสมากขึ้น
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจดิจิทัลยังทำให้ธุรกิจต่างๆ ให้ความสนใจเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ก็มองเพียงเว็บไซต์เท่านั้นที่จะเป็นอีคอมเมิร์ซ ที่จริงแล้วระบบการชำระเงิน การทำโปรโมชั่น และระบบเก็บสต๊อกผ่านชิปและหัวอ่าน ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ
กรณีในต่างประเทศ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา เคยนำแนวคิดฝังชิป RFID ไว้ในตัวเด็กแรกเกิด เพื่อเก็บเป็นข้อมูลทางการรักษาสุขภาพ แต่โดนต่อต้านจากประชาชนทำให้ความคิดนี้ล้มเลิกไป
ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกเริ่มนำไปใช้เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาโจรกรรมสินค้า อีกทั้งยังบริหารจัดการระบบซื้อขายและจัดเก็บสต๊อกข้อมูลสินค้า ทำให้ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้น 35% คาดว่าหลังการร่วมมือกับหลายภาคส่วนธุรกิจนี้ในไทยจะเติบโตได้ไม่แพ้กัน
จากมูลค่าตลาดรวม RFID อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนตลาดบัตรฝังชิป 50% (บัตรอีซี่พาส บัตรเข้าออกอาคาร บัตรรถไฟฟ้า) ตลาดเทคโนโลยี 25% และตลาดอื่นๆ 25% ซึ่งบริษัท
ตั้งเป้าเข้าไปกินสัดส่วนระหว่างบัตรฝังชิปกับเทคโนโลยีที่รวมแล้วมีสัดส่วนถึง 75%







