posttoday
'เฮาส์ ออฟ ที' บุกตลาดใหม่ชาคุณภาพ

'เฮาส์ ออฟ ที' บุกตลาดใหม่ชาคุณภาพ

18 กุมภาพันธ์ 2558

ชาและกาแฟมักเป็นของคู่กัน แต่ในบางประเทศกลับนิยมอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่า

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ชาและกาแฟมักเป็นของคู่กัน แต่ในบางประเทศกลับนิยมอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ประเทศอินเดียที่นิยมดื่มชามากกว่ากาแฟนัก แม้จะเป็นผู้ส่งออกกาแฟติดอันดับโลกก็ตาม

ตรงกันข้ามกับไอร์แลนด์ ซึ่งแม้จะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงว่า “นิยมดื่มชา” รองจากอังกฤษ แต่อุตสาหกรรมกาแฟกลับได้รับความนิยมสูงกว่า แต่ทว่ากับธุรกิจร้านค้าแล้ว เมื่อตลาดยังมีความต้องการ นั่นเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสในการลงทุนธุรกิจ

ด้วยความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ตลาดชาคุณภาพ (ที่ไม่ใช่ชาซองตามซูเปอร์มาร์เก็ต) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วไอร์แลนด์ จึงไม่แปลกที่จะมีร้านขายชาเกิดขึ้นโดยเฉพาะ ดังเช่น “เฮาส์ ออฟ ที”

“เฮาส์ ออฟ ที” ร้านขายใบชาโดยเฉพาะ ถือกำเนิดจาก มาร์ติน เมห์เนอร์ ในปี 2004 โดยเป็นร้านค้าใบชาออนไลน์ ก่อนจะมีหน้าร้านแรกเป็นของตัวเองในปี 2007 ซึ่งไม่ได้ขายเพียงใบชาอีกต่อไป แต่ยังเสิร์ฟชาชงสดให้ลูกค้าอีกด้วย

แม้ว่าร้านชาจะถือว่าเป็นร้านธรรมดาทั่วๆ ไป ในเยอรมนีหรือทั่วยุโรป แต่สำหรับไอร์แลนด์แล้วถือเป็น “ของแปลกใหม่” เอามากๆ

“ที่นี่มีที่ว่างมากมายที่จะเปิดร้านขายชาที่เสิร์ฟคู่กับสโคนโดยเฉพาะ กระนั้นก็ตาม พวกเราก็แตกต่าง เพราะพวกเรานำเสนอใบชาจากทั่วทุกมุมโลก ผมไม่คิดว่าผมจะได้เปิดธุรกิจร้านขายชาโดยเฉพาะได้ในประเทศเยอรมนีหรอกนะ เพราะที่นั่นมีร้านชาเยอะมากอยู่แล้ว” เมห์เนอร์ ระบุ

เจ้าของร้านเฮาส์ ออฟ ที เปิดเผยว่า กลุ่มลูกค้าที่เข้าร้านกาแฟและร้านชาเป็นกลุ่มลูกค้าคนละกลุ่ม โดยกลุ่มลูกค้าที่เข้าร้านกาแฟ มักคาดหวังการบริการที่รวดเร็ว และเสิร์ฟกาแฟให้ลูกค้าให้เร็วที่สุด รวมถึงกาแฟยังไม่ได้มีความหลากหลายเท่าชาอีกด้วย เฮาส์ ออฟ ที มีใบชาให้ลูกค้าเลือกได้หลากหลายถึง 120 ชนิดเลยทีเดียว

“สำหรับร้านชา พวกเราจะใช้เวลาเพื่อให้แน่ใจว่า ใช้เวลาชงใบชาอย่างถูกต้อง ก่อนที่จะเสิร์ฟให้ลูกค้า และพวกเรายังมีตัวเลือกให้เลือกมากกว่า ในขณะที่ร้านกาแฟเสิร์ฟกาแฟแค่ 2-3 ชนิด แต่พวกเรามีชาให้เลือกถึง 120 ชนิด” เมห์เนอร์ ระบุ

ไม่เพียงแต่การเป็นร้านขายชาคุณภาพไม่กี่ร้านภายในประเทศไอร์แลนด์แล้ว ชาที่ปรุงภายในร้านเพื่อเสิร์ฟให้คนไอร์แลนด์โดยเฉพาะ ก็จำเป็นที่จะต้องถูกปากคนไอร์แลนด์ด้วยเช่นเดียวกัน โดยในปัจจุบันร้านเฮาส์ ออฟ ที มีสาขาอยู่ที่ชานเมืองกรุงดับลิน 2 สาขา

“เราค้นพบว่าคนไอร์แลนด์มีความชอบต่างจากประเทศอื่น เช่น การใส่นมในชา พวกเราพยายามที่จะปรุงชาออกมาให้ใกล้เคียงกับที่คนไอร์แลนด์คุ้นเคยมากที่สุด” เจ้าของร้านเฮาส์ ออฟ ที ระบุ

ไม่เพียงเท่านั้น ลูกค้าจากแต่ละท้องถิ่นก็มีความแตกต่างกันออกไปเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นที่สาขาราธไมน์ส ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงดับลิน มีความชื่นชอบชาดำ ในขณะที่สาขาชานเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนืออย่างแบล็กร็อก กลับชื่นชอบที่จะลองชาใหม่ๆ

นอกจากความชอบของลูกค้าที่ต้องเอาใจใส่แล้ว เคล็ดลับอีกประการสำหรับการบริหารร้านชาโดยเฉพาะยังมีอีกอย่างหนึ่งคือ “ความรู้”

“ถ้าคุณไปร้านขายไวน์ คุณคาดหวังให้พนักงานในร้านรู้เรื่องเกี่ยวกับไวน์ และลูกค้าก็มีแนวโน้มที่จะซื้อมากกว่าถ้าพนักงานกระตือรือร้นและมีความรู้เกี่ยวกับของที่ขายอยู่” เมห์เนอร์ กล่าว

เนื่องจาก “เฮาส์ ออฟ ที” เสนอขายใบชาและชาจากทั่วทุกมุมโลก ดังนั้นชาจึงมีความหลากหลายมาก และส่งผลให้พนักงานต้องรู้ทั้งจุดกำเนิดและรสชาติของชานั้นๆ

“พวกเราต้องสามารถอธิบายจุดกำเนิดของใบชาได้ และพวกเราก็ต้องใช้เวลาในการชิมชาเพื่อให้รู้ความแตกต่าง ผมไปเที่ยวที่อินเดียและจีนเพื่อเรียนรู้ชาโดยเฉพาะ” ผู้ก่อตั้งเฮาส์ ออฟ ที กล่าวและว่า ลูกค้าต่างให้ความสนใจมากขึ้นเมื่อพนักงานสามารถเข้าใจถึงสิ่งที่กำลังอธิบายให้ลูกค้าเหล่านั้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน