
ลดดอกเบี้ยยังไม่ใช่คำตอบแบงก์ชี้เบิกจ่ายงบสำคัญกว่า
หลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2557
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์ พรสวรรค์ นันทะ
หลังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2557 ต่ำเกินคาดพร้อมโยนหินถามไปยังฝ่ายนโยบายการเงิน โดยได้แรงหนุนกลายๆ จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เป็นห่วงเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อนั้น แรงกดดันก็ตกไปอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อีกครั้งว่า ธปท.จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่
สำหรับมุมมองของธนาคารพาณิชย์ ดุษณี เกลียวปฏินนท์ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์การออมและสินเชื่อมีหลักประกัน สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า นโยบายการเงินนั้นช่วยได้ไม่มากแล้ว เพราะอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันถือว่าไม่สูง หากหวังว่าลดดอกเบี้ย 0.25% แล้วจะช่วยกระตุ้นสินเชื่อก็อาจไม่ได้ผลเสมอไป อีกทั้งในช่วงเศรษฐกิจชะลอ การปล่อยสินเชื่อยังต้องระมัดระวังอยู่
ขณะที่เป้าหมายใช้นโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายรายย่อยก็ไม่มีผล เพราะดอกเบี้ยเงินกู้ เช่น ดอกเบี้ยบัตรเครดิตและดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลอาจไม่ได้ลดลงตามดอกเบี้ยนโยบาย
ทั้งนี้ การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ค่อยมีผลต่อตลาดเงินมากนัก โดยเฉพาะกับลูกค้าเงินฝากโดยดอกเบี้ยพื้นฐานอาจปรับลงตามบ้าง แต่สถาบันการเงินจะมีโปรโมชั่นเงินฝากดอกเบี้ยสูงมาดึงดูดลูกค้าอยู่ดี เพราะลูกค้าเงินฝากสามารถขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นได้ ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันเงินฝากของสถาบันการเงินยังรุนแรง
วราพงศ์ วงศ์วัชรา รองผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า เป้าหมายการลดดอกเบี้ยเพื่อหวังผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงช่วยการส่งออกนั้น อาจจะไม่ได้ช่วยมาก เพราะการส่งออกไทยมีปัญหาจากโครงสร้างผลิตสินค้าที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด และดอกเบี้ยที่ 2% ถือว่าต่ำแล้วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค
นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทไม่ได้มีเพียงปัจจัยจากดอกเบี้ยนโยบายเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่ไทยยังเกินดุลทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ระดับสูง ขณะที่อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจซึ่ง สศช.ประมาณการไว้ที่ 3.5-4.5% ดีกว่าปีที่แล้ว ปัจจัยพื้นฐานที่เข้มแข็งทำให้แนวโน้มค่าเงินบาทอยู่ในทิศทางแข็งค่าอยู่แม้ว่าจะลดดอกเบี้ยก็ตาม
อย่างไรก็ดี หากลดดอกเบี้ยจริงจะไปดันตลาดการเงิน เช่น ตลาดหุ้น พันธบัตร ตราสารหนี้ที่จะได้อานิสงส์การปรับขึ้นมากกว่า ส่วนภาคเศรษฐกิจจริงต้องดูการส่งผ่านจากภาคธนาคาร ซึ่งขณะนี้สภาพคล่องยังสูง ดังนั้นจึงอาจจะไม่ช่วยให้การปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นไปมากกว่าปัจจุบัน
ทั้งนี้ นักการเงินทั้งสองเห็นตรงกันว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ผลจริงและชัดเจนกว่า ต้องลงไปที่การเบิกจ่ายงบประมาณและงบลงทุน ซึ่งมีผลทางอ้อมสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนลงทุนตาม
สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า หากเงินเฟ้อต่ำต่อเนื่องเกิน 3 ไตรมาสติดต่อกัน ก็เป็นไปได้ที่อาจมีินโยบายการเงินมาช่วยดูแล
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยูโอบีและธนาคารเอชเอสบีซี วิเคราะห์ ว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวดีขึ้นแต่ก็เชื่องช้าเกินคาด ทำให้คาดว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 11 มี.ค. นี้ จะตัดสินใจลดดอกเบี้ย







