
ปตท.แจงข้อมูลแพร่บนโซเชียลฯบิดเบือน
ปตท.แจงข้อมูลแพร่บนสังคมออนไลน์ระบุปริมาณสำรองก๊าซฯมีถึง20ปีบิดเบือน ย้ำไทยจำเป็นต้องสำรวจ-ขุดเจาะเพิ่ม
ปตท.แจงข้อมูลแพร่บนสังคมออนไลน์ระบุปริมาณสำรองก๊าซฯมีถึง20ปีบิดเบือน ย้ำไทยจำเป็นต้องสำรวจ-ขุดเจาะเพิ่ม
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่ารู้สึกเป็นห่วงการนำเสนอข้อมูลพลังงานที่บิดเบือนผ่านสื่อออนไลน์ โดยประเด็นการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ที่พยายามไม่ให้เชื่อข้อมูลของภาครัฐ และทำให้เห็นว่าข้อมูลมีความขัดแย้งกัน อย่างกรณีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติไทยที่ภาครัฐยืนยันจะมีเหลือใช้อีก7 ปี ในขณะที่อ้างว่าปตท.ระบุปริมาณสำรองก๊าซฯมีถึง 20 ปี ซึ่งไม่เป็นความจริง
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าการที่อ้างข้ออมูลจากปตท.ระบุว่าสำรองก๊าซฯมีอีก 20 ปี นั้น เป็นการนำตัวเลขสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี)จากประเทศกาต้าร์ ในรูปแบบสัญญาระยะยาว 20 ปี ปริมาณ 2 ล้านตันต่อปีมาผูกเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะปัจจุบันยังมีความจำเป็นในการสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียม เนื่องจากปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติของไทยที่พิสูจน์แล้ว (P1) เมื่อเทียบกับปริมาณใช้ในปัจจุบัน หากไม่มีการขุดเจาะเพิ่มจะมีใช้ได้อีกไม่เกิน 7 ปี อีกทั้ง ก๊าซธรรมชาติในประเทศมีราคาที่ถูกกว่าราคาก๊าซที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งการเปิดให้มีการสำรวจเพื่อหาแหล่งก๊าซใหม่ จะเป็นโอกาสให้ไทยสามารถเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติได้เองในประเทศ แต่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะพบแหล่งก๊าซจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตามมีความพยายามบอกไม่ให้เชื่อข้อมูลของภาครัฐ ถามกลับว่าถ้าวันนี้ไม่เชื่อข้อมูลของรัฐแล้วจะเชื่อใคร ประเทศจะเดินไปทางไหน สิ่งที่ทำเหมือนเป็นการลดความน่าเชื่อถือสร้างความขัดแย้ง ซึ่งจะไม่เชื่อข้อมูลปตท.ไม่เป็นไร แต่ข้อมูลของภาครัฐควรจะต้องเชื่อ ยอมรับว่ามีความห่วงใยกับสิ่งที่เกิดขึ้น”นายไพรินทร์ กล่าว
นายไพรินทร์ กล่าวว่า การคัดค้านเปิดสัมปทานฯ จะเลือกใช้รูปแบบระบบสัปมทานหรือระบบแบ่งปันผลผลิต(พีเอสซี) โดยส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องของวาทะกรรมที่จะเอาชนะกันมากกว่า ซึ่งไม่เชื่อเรื่องถูกผิด แต่จะต้องมองถึงประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับมากกว่า อย่างไรก็ตามยังสนับสนุนให้มีการเปิดสัมปทานฯต่อไป ซึ่งอาจไม่พบแหล่งปิโตรเลียมใหญ่ก็ตาม เพราะถ้าพบควรจะเจอไปแล้วตั้งการเปิดสัมปทานมา 20 รอบ แต่ก็ควรจะเปิดให้มีการขุดเจาะสำรวจ เพราะปริมาณการใช้ก๊าซฯที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องหากไม่มีแหล่งก๊าซฯใหม่ ก็ต้องใช้วิธีการนำเข้าแอลเอ็นจี ซึ่งมีราคาแพงกว่าก๊าซฯในอ่าวไทย







