
ลงทุนรถไฟก้อนมหึมา อย่าให้‘จีน-ญี่ปุ่น’กินตับ
กลายเป็นที่จับตาของสังคมอย่างมากสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังเร่งมือดึงจีนและญี่ปุ่นมาลงทุนระบบราง
กลายเป็นที่จับตาของสังคมอย่างมากสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังเร่งมือดึงจีนและญี่ปุ่นมาลงทุนระบบราง
เนื่องจากไม่เพียงมีผลต่อการพัฒนาประเทศ แต่หมายรวมถึงผลประโยชน์ที่ซ่อนเร้นอยู่มหาศาล
ล่าสุด พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังเดินทางร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อไปลงนามความร่วมมือการศึกษาพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ไทย-ญี่ปุ่น ว่า หลังจากนี้จะมีการจัดตั้งคณะทำงานระดับปลัดกระทรวงทั้งสองประเทศ เพื่อหารือรายละเอียดความร่วมมือในโครงสร้างทางรถไฟร่วมกัน 3 เส้นทาง คือ 1.เส้นทางพุน้ำร้อน กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา แยกไปอรัญประเทศ จ.สระแก้ว แล้วจะมีเส้นทางแยกจากฉะเชิงเทราไป อ.มาบตาพุด จ.ระยอง
2.เส้นทางจาก อ.แม่สอด จ.ตาก-มุกดาหาร
3.เส้นทางเชื่อมภาคเหนือระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่
นอกจากนี้ ยังจัดตั้งคณะทำงานระดับรัฐมนตรีสองฝ่ายร่วมกันอีก 1 ชุด เพื่อหารือรายละเอียดเกี่ยวกับระบบรถไฟ การถ่ายทอดเทคโนโลยีว่าจะดำเนินการโดยใช้ระบบใด เนื่องจากปัจจุบันญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีหลายระบบ ตลอดจนหาข้อสรุปเกี่ยวกับความต้องการของญี่ปุ่นว่า ต้องการดำเนินการเส้นทางใด ซึ่งญี่ปุ่นยืนยันจะเข้าร่วมลงทุนแน่นอนอย่างน้อย 1 เส้นทาง
ขณะที่โครงการรถไฟจีนนั้น พล.อ.อ.ประจิน ชี้แจงว่า ข้อตกลงเบื้องต้นจะมีการแบ่งความรับผิดชอบในการดำเนินโครงการ โดยจีนรับผิดชอบงานด้านสำรวจออกแบบ ส่วนไทยรับผิดชอบงานเวนคืนที่ดิน และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่วนงานประเมินราคาาก่อสร้าง รับผิดชอบร่วมกัน
พล.อ.อ.ประจิน คาดว่า ภายในเดือน เม.ย.นี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอซี) เพื่อกำหนดรายละเอียดการบริหารจัดการโครงการ
“ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ ผม คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม พร้อมด้วยตัวแทนจากรัฐบาลจีนและผู้แทนรัฐบาลญี่ปุ่น จะร่วมแถลงข่าวผลการหารือร่วมกันระหว่างไทย-ญี่ปุ่น และไทย-จีน” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
“เรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ ในเบื้องต้นจีนเสนอให้แบบคงที่ 2% แต่จะกู้แค่ไหนต้องดูในรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนสัดส่วนการลงทุนยังไม่มีข้อสรุป เพราะต้องรอแบ่งงานออกเป็นกลุ่มงานก่อน เพื่อกำหนดว่าแต่ละกลุ่มงานไทยและจีนแบ่งสัดส่วนการลงทุนกันอย่างไร เช่น กลุ่มงานโยธา โดยไทยจะลงทุนเป็นหลักมากกว่า 50% ส่วนการวางระบบรางและอาณัติสัญญาณจีนจะทำเป็นหลัก พร้อมกับมีการจับคู่บริษัทไทยกับจีนตามภาระงานแต่ละส่วนอย่างชัดเจน คาดจะสรุปรายละเอียดรูปแบบได้ในการหารือวันที่ 10-11 มี.ค.นี้” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
ถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตา เพราะข้อตกลงดังกล่าวจะมีความหมายต่อทั้งการพัฒนาและประโยชน์ที่รัฐบาลและเอกชนจะได้รับไม่น้อย
ข้อเสนอในเรื่องดอกเบี้ยของจีนและญี่ปุ่นกำลังเป็นที่จับตา เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จีนเสนอ 2% แพงกว่าดอกเบี้ยที่ญี่ปุ่นให้ไทยกู้เงินก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่1.4%
อีกทั้งหากย้อนดูอดีตจะพบว่าญี่ปุ่นเคยให้ไทยกู้เงินก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ คิดดอกเบี้ย0.75% เท่านั้น ขณะที่ระยะเวลาปลอดหนี้จีนให้ 4 ปี แต่เงินกู้ญี่ปุ่นสำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงให้ปลอดหนี้ 7 ปี
นอกจากนี้ ที่กำลังจับตากันอย่างไม่กะพริบคือ ข้อเสนอของทางการจีนที่ต้องการให้ไทยใช้เทคโนโลยีรถไฟของจีน ให้จีนออกแบบก่อสร้างและบริหารจัดการเดินรถ ถ้าเป็นแบบนี้โครงการรถไฟของไทยจีนจะกินเรียบทั้งประโยชน์จากเงินกู้กำไรจากการขายรถไฟ รายได้จากระบบราง ระบบตั๋ว ระบบจ่ายไฟ และอาณัติสัญญาณ
ลงทุนรถไฟ 4 แสนล้านบาท แล้วปล่อยให้จีนกับญี่ปุ่นกินตับหรือไม่ อยู่ที่การตัดสินใจของ คสช.







