posttoday
‘ฟิลลิป’ยกนิ้วทองคำ-น้ำมัน กองกสิกรยอด

‘ฟิลลิป’ยกนิ้วทองคำ-น้ำมัน กองกสิกรยอด

17 มิถุนายน 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — บล.ฟิลลิป ออกโรงเชียร์ “KGOLD” และ “KOIL” กองทุนทองคำและกองทุนน้ำมัน บลจ.กสิกรไทย ชี้ผลงานยอดเยี่ยมที่สุด

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุลนักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กองทุนเปิดเค โกลด์ (KGOLD) และกองทุนเปิดเค ออยล์ (KOIL) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ถือเป็นกองทุนที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่มกองทุนที่ลงทุนในทองคำ และลงทุนน้ำมัน ซึ่ง บลจ.ทุกแห่งลงทุนในกองทุนหลักในต่างประเทศกองทุนเดียวกัน คือ กองทุน SPDR Gold Trust และกองทุน PowerShares DB Oil Fund

“ความแตกต่างที่สำคัญของกองทุนทองคำ คือ การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพราะราคาทองคำไม่ค่อยปรับเปลี่ยนมากนัก ดังนั้นการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนจึงสำคัญ เพราะเวลาที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงกองทุนที่มีการป้องกันความเสี่ยงกับไม่ป้องกันจะมีผลตอบแทนที่ต่างกันมาก นอกจากนี้ทิศทางค่าเงินเหรียญสหรัฐ จากนี้ไปน่าจะอยู่ในทิศทางอ่อนค่า ทำให้การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนจะสามารถรักษาการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้”

ทั้งนี้ กองทุนทองคำที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน คือ กองทุน KGOLD และกองทุนเปิดแอสเซท พลัสโกลด์ (ASPGOLD) บลจ.แอสเซท พลัส ขณะที่กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล โกลด์ ฟันด์ (IGOLD) ของ บลจ.เอ็มเอฟซี ในช่วงนี้มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 90%

นอกจากนี้ นายสานุพงศ์ ยังกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้กองทุน KGOLD ได้เปรียบกว่ากองทุนอื่น คือ ค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด เช่นเดียวกับกองทุนทองคำ กองทุนน้ำมัน ของ บลจ.กสิกรไทย มีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดในกลุ่มกองทุนน้ำมัน และป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน นอกจากนี้วิธีการคำนวณมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) ทำให้กองทุนไม่รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยในกรณีที่ราคาน้ำมันผันผวนอย่างรุนแรง

“ถ้าจะลงทุนกองทุนน้ำมันระยะกลางยาว ควรลงทุนในกองทุน KOIL แต่ถ้าต้องการเก็งกำไรระยะสั้นควรลงทุนในกองทุน IOIL (กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล ออยล์ ฟันด์) ของ บลจ.เอ็มเอฟซี แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงในช่วงที่ราคาผันผวนได้ด้วย” นายสานุพงศ์ กล่าว

พร้อมกันนี้ นายสานุพงศ์ กล่าวว่าการลงทุนกองทุนทองคำและน้ำมันในช่วงนี้ควรลงทุนเป็นรอบๆ ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวและขายเมื่อราคาปรับเพิ่มขึ้น โดยทองคำให้รอซื้อที่ต่ำกว่า 1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,250 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ขณะที่น้ำมันยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 7585 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี