
บาทแข็งจนกระทบ ส่งออก...จริงหรือ?
โดย ดร.ธนิต โสรัตน์
โดย ดร.ธนิต โสรัตน์
ช่วงที่ผ่านมา “เงินบาทแข็ง” กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิจารณ์กันค่อนข้างมากว่าจะกระทบต่อการส่งออกของประเทศและจะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ดูเหมือนภาคเอกชนมีความพยายามขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาดูแลเงินบาทให้อ่อนค่า รวมไปถึงกดดันให้มีการลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเรื่องนี้ในอดีตทุกครั้งที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทแข็งค่า ผู้ส่งออกรวมทั้งภาคเอกชนก็จะยกขบวนกันไปกดดัน ธปท.ให้แก้ปัญหา
ในอดีตนั้น ผมซึ่งเคยรับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็เคยเข้าไปขอให้ ธปท.ออกมาตรการดูแลเงินบาทในทำนองนี้เช่นกัน
ประเด็นก็คือ เงินบาทของไทยในขณะนี้แข็งค่าจนกลายเป็นปัจจัยกระทบต่อการส่งออกในปี 2558 หรือไม่
ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเงินบาทที่แข็งค่า เป็นการเปรียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทกับเงินสกุลอื่น ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยเงินสกุลเหรียญสหรัฐกว่า 90% เป็นเงินที่ใช้ในการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้นเงินบาทที่แข็งค่าหรืออ่อนค่าจึงเป็นการเปรียบเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ หากหนึ่งเหรียญสหรัฐแลกเป็นเงินบาทได้มากกว่าเดิม เรียกว่า “เงินบาทอ่อนค่า” ในทางกลับกันหากแลกได้เงินบาทน้อยกว่าเดิม เรียกว่า “เงินบาทแข็งค่า” ซึ่งหากเป็นการส่งออก ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เงินเหรียญสหรัฐ หากเงินบาทแข็งค่าทุก 1 เหรียญสหรัฐ ที่ได้รับเงินจากการส่งออก จะต้องมาแลกเป็นเงินบาทก็จะได้เงินลดน้อยลง
พูดง่ายๆ เงินบาทที่แข็งค่าก็คือขายของไปแล้วได้เงินเหรียญสหรัฐเท่าเดิม แต่พอแลกเป็นเงินบาทกลับได้เงินน้อยกว่าเดิม ซึ่งพวกพ่อค้าส่งออกเขาไม่ค่อยชอบ เพราะต้นทุนทั้งหลายล้วนจ่ายเป็นเงินบาท ขายของได้ยากกว่าเดิมหรือกำไรลดลง หากต้องการได้กำไรเท่าเดิมต้องไปปรับขึ้นราคาขาย ซึ่งทำได้ไม่ค่อยง่ายนัก
สำหรับคำถามว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีผลต่อตัวเลขส่งออกอย่างเป็นนัยหรือไม่ คงต้องดูข้อมูลย้อนหลัง โดยเปรียบเทียบข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ โดยปี 2554 อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 30.13 บาท/เหรียญสหรัฐ ปีนั้นส่งออกขยายตัวในเชิงเงินเหรียญสหรัฐ 15.15% และปี 2555 อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 30.89 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเงินบาทอ่อนค่า 2.55% แต่การส่งออกขยายตัวเพียง 2.99%
สำหรับปี 2556 อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 30.23 ส่งออกขยายตัวติดลบ 0.32% เมื่อเปรียบเทียบกับการส่งออกปี 2557 ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนทั้งปีเฉลี่ย 32.14 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเงินบาทอ่อนค่าถึง 6.32% แต่การส่งออกกลับขยายตัวติดลบ 0.41% แสดงให้เห็นว่า ถึงเงินบาทอ่อนค่าก็ไม่ได้ทำให้การส่งออกขยายตัว กลับติดลบมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
ที่หยิบยกเปรียบเทียบข้อมูลก็เพื่อไม่ให้หลงทางในเชิงนโยบายเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีตเคยกดดัน ธปท.ให้ลดดอกเบี้ยเพื่อกดดันให้เงินบาทอ่อนค่า เพราะอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าหรือแข็งค่า ถึงแม้จะมีผลต่อการส่งออกแต่ก็คงไม่ได้ถึงขนาดที่จะทำให้การส่งออกชะลอตัว
ฉบับหน้าเรามาดูปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบเพิ่มเติมนะครับ







