posttoday
ทีเอ็นทีรับค้าไทย-จีนบูม ขยายขนส่งทางรถข้ามประเทศ

ทีเอ็นทีรับค้าไทย-จีนบูม ขยายขนส่งทางรถข้ามประเทศ

17 กุมภาพันธ์ 2558

โลจิสติกส์เป็นกลไกสำคัญของธุรกิจการค้า ยิ่งใกล้เปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โลจิสติกส์เป็นกลไกสำคัญของธุรกิจการค้า ยิ่งใกล้เปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) พร้อมๆ กับการใช้เทคโนโลยีในการสร้างโอกาสการค้าขายผ่านออนไลน์ ยิ่งทำให้ความต้องการโลจิสติกส์มีมากขึ้น เพื่อช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต จึงไม่แปลกที่โลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกต่างให้ความสำคัญวางรากฐานธุรกิจในไทยที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียนให้แข็งแกร่ง

อลัน มิว กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีเอ็นที เอ็กซเพรส เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปีนี้ธุรกิจขนส่งด่วนน่าจะเติบโตดีกว่าปีที่ผ่านมา จากเหตุการณ์บ้านเมืองดีขึ้น คาดว่าจะทำให้มูลค่าขนส่งด่วนโตไม่ต่ำกว่า 10% ในส่วนของทีเอ็นทีคาดหวังเติบโตจากฐานลูกค้าเดิมที่ยังใช้บริการต่อเนื่อง และฐานลูกค้าใหม่ที่เข้ามามากขึ้นหลังมีบริการตอบสนองดีขึ้น

ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตคือการเปิดเออีซีปลายปีนี้ โดยทีเอ็นทีได้เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า ด้วยการเปิดบริการ Asia Road Network (เอเชีย โรด เน็ตเวิร์ก) หรือการใช้รถบรรทุกขนส่งสินค้าข้ามเขตชายแดนทางถนนจากจีน ผ่านเวียดนาม มาไทย และไปจบที่สิงคโปร์ จึงน่าจะรองรับการเปิดเออีซีได้ดี

นอกจากนี้ ยังรองรับกระแสนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยที่มีแนวโน้มโตอย่างมาก สะท้อนได้จากเดิมการขนส่งสินค้าจากจีนมาไทยจะมาทางอากาศ โดยใช้ฐานการบินจากฮ่องกงมาไทย แต่หลังจากมีเอเชีย โรด เน็ตเวิร์ก ก็มีบางส่วนที่ไม่ต้องการขนส่งด่วนมากทางอากาศเพราะต้นทุนสูง แต่ก็ไม่อยากเสียเวลารอนานจากการขนส่งทางเรือ จึงหันมาใช้บริการขนส่งทางถนนจำนวนมาก เพราะเร็วปานกลางและต้นทุนถูกกว่าขนส่งทางอากาศ

“แนวโน้มการขนส่งสินค้าจากจีนมาไทยจะโตขึ้นอีก เพราะจีนเป็นประเทศที่บริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาตั้งโรงงานผลิตสินค้าส่งออกไปยังทั่วโลก โดยไทยมีทั้งนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปที่จีนผลิตมา และมีบางส่วนนำเข้าชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในไทยแล้วส่งออกไปยุโรป” มิว กล่าว

ปัจจัยต่อมาคือ ทีเอ็นทีเพิ่งลงทุนคลังสินค้าแห่งใหม่ที่แหลมฉบัง รองรับความต้องการกลุ่มบริษัทในแถบนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ซึ่งน่าจะมีมากขึ้นแน่นอนรับเออีซี ขณะที่การค้าขายระหว่างไทยกับประเทศในยุโรปน่าจะโตสูงบางพื้นที่สำคัญ ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษซึ่งยังมีเศรษฐกิจโตอยู่ นอกจากนี้ ทีเอ็นทียังมีความแข็งแกร่งด้านขนส่งด่วนภายในประเทศไทยที่ครอบคลุมทั่วประเทศ มีคลังสินค้า 13 จังหวัด และกำลังมีแผนหาพื้นที่ใหม่สร้างคลังสินค้าใหม่ในกรุงเทพฯ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นทดแทนคลังสินค้าเดิม คาดว่าเปิดตัวได้กลางปีนี้

ขณะเดียวกัน ปลายปีที่ผ่านมาได้รีแบรนด์ใหม่ ปรับเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งปรัชญาบริษัท จากเดิมคือ Sure We Can สะท้อนว่าเป็นธุรกิจที่ความสำเร็จมาจากคน เป็น The People Network สะท้อนให้เห็นภาพชัดขึ้นไปอีกว่าเป็นบริษัทที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีคนทำงานด้วย

มิว กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทโลจิสติกส์รายใหญ่ๆ ที่ให้บริการครอบคลุมกว่า 200 ประเทศ เป็นคู่แข่งสำคัญก็เข้ามาอยู่ในตลาดเมืองไทยนานแล้ว หากจะมีรายใหม่ๆ เข้ามาในตลาด ก็น่าจะเป็นบริษัทต่างชาติที่ต้องการขยายเครือข่ายมายังเอเชียเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนธุรกิจ แต่ไม่ใช่กลุ่มที่ทำโลจิสติกส์แบบทั่วโลกเหมือนทีเอ็นที ขณะที่กลุ่มน่าจับตาคือ บริษัทโลจิสติกส์ของไทยที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ขยายขนาดธุรกิจขนส่งไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ลูกค้าของทีเอ็นที 75% เป็นบริษัทระดับนานาชาติ 25% เป็นลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทชั้นนำในประเทศ เมื่อแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้บริการมากสุด อันดับ 1 คือ อิเล็กทรอนิกส์ รองลงมาคือกลุ่มไฮเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ อุตสาหกรรมการผลิต และยานยนต์

ขณะที่สินค้าแฟชั่นมีบ้างแต่น้อยมาก ส่วนลูกค้าประเภทบุคคลทั่วไป ทีเอ็นที ก็มีแต่ยังน้อย เพราะการขนส่งสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้ารายย่อยมีกระบวนการมากกว่าส่งให้ลูกค้ารายใหญ่ อย่างไรก็ตามทีเอ็นที ก็พยายามเพิ่มลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ รองรับอีคอมเมิร์ซโต แต่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป

มิว ฝากข้อเสนอแนะไปยังภาครัฐว่า ไทยเป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับโลจิสติกส์ครบ แต่อาจจะต้องลงทุนยกระดับบางด้านให้ดียิ่งขึ้น เช่น ขยายสนามบิน ขณะที่การพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งก็คือบุคลากรให้มีมาตรฐานมากขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นมากกับประเทศไทย โดยเฉพาะด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของคนไทย และเรื่องนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศได้ ขณะที่นโยบายของกรมศุลกากรเอง ควรมีมาตรฐานในระดับเดียวกับภูมิภาค และมีการวางระบบบริหารความเสี่ยงที่ดีด้วย

ถือเป็นบริษัทด้านการขนส่งด่วนยักษ์ใหญ่อีกเจ้าที่มีแนวทางปักหลักใช้ไทยเป็นฐานการขนส่งในอาเซียนชัดเจนมาก ซึ่งก็น่าจะมีทีเด็ดเพื่อรักษาตำแหน่งเบอร์ต้นๆ ในตลาดออกมาให้เห็นกันอีกแน่นอนก่อนเปิดเออีซีปลายปีนี้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ