
ไอร่าเข็นลูกเข้าตลาดหุ้นสร้างมูลค่า
AIRA เล็งซื้อกิจการ 2 บริษัทในปีนี้ ตั้งเป้าหมายเข็นลูกทั้งหมดเข้าตลาดหุ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น
AIRA เล็งซื้อกิจการ 2 บริษัทในปีนี้ ตั้งเป้าหมายเข็นลูกทั้งหมดเข้าตลาดหุ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น
นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล (AIRA) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายจะเข้าซื้อกิจการ 2 บริษัท แบ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน และอีกบริษัทไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาเพราะมีหลายธุรกิจอยู่ในความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาหาร คลังสินค้า เป็นต้น มูลค่าการลงทุนมีตั้งแต่ขนาดใหญ่ สูงกว่า 2,000 ล้านบาท และขนาดเล็กน้อยกว่า 2,000 ล้านบาท
สำหรับแหล่งเงินลงทุน บริษัทสามารถใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ ที่มี ด้วยอัตราหนี้สินต่อทุน(ดีอี) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.2 เท่า โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาการเพิ่มทุน เพราะยังสามารถกู้เงินกับบริษัทในกลุ่มได้อีก
ทั้งนี้ ตามแผนระหว่างปี 2553-2557 บริษัทจะเข้าซื้อกิจการ 8 บริษัท แต่สามารถซื้อได้จริง 6 บริษัท และระหว่างปี 2558-2559 ทางคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแผนการเข้าซื้อกิจการแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยจำนวนการเข้าซื้อได้ และไม่ได้นับรวม 2 บริษัทดังกล่าวข้างต้นที่จะซื้อในปีนี้
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในแต่ละบริษัทจะต้องสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ต่ำกว่า 15% และตั้งเป้าหมายจะนำบริษัทลูกทุกแห่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นทั้งหมด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นเป็นระดับทวีคูณ โดยในช่วง 18 เดือนจากนี้ตั้งเป้าหมายจะนำบริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล ซึ่งดำเนินธุรกิจสินเชื่อบุคคลเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น และมีความเป็นไปได้ว่าอาจรวมถึง 1 ใน 2 บริษัทที่จะซื้อกิจการในปีนี้ด้วย
สำหรับรายได้ของบริษัทในปีนี้จะเติบโต 15-20% จากปีก่อนหน้า สัดส่วนรายได้หลัก 50% จะมาจากธุรกิจหลักทรัพย์ แต่ในอนาคตไม่เกิน 5 ปีข้างหน้าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์จะอยู่ที่ 30% ขณะที่รายได้จากไอร่า แอนด์ ไอฟุล จะมีสัดส่วน 40% ธุรกิจการโอนและรับโอนสิทธิเรียกร้องภายในประเทศ (แฟกเตอริ่ง) 20% ที่เหลือกระจายในธุรกิจอื่นๆ
นอกจากนี้ ในส่วนของสินเชื่อแฟกเตอริ่งในปี 2558 นี้น่าจะเพิ่มเป็น 2.3 หมื่นล้านบาท จาก 1.8 หมื่นล้านบาทในปีที่ผ่านมา ขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์ตั้งเป้าหมายจะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 2% จาก 1.16% ในปีที่ผ่านมา โดยค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 0.17%
“บริษัทจะมีการเข้าซื้อบริษัทเพิ่มเพื่อให้สัดส่วนรายได้ของไอร่าจะมีการกระจายไปหลากหลายธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยง เพราะในปีที่เศรษฐกิจไม่ดี คนเล่นหุ้นน้อยลง เราก็จะมีไอร่า แฟคตอริ่ง มาให้บริการ ต่อไปจะมี ไอร่า ไอฟุล มาให้บริการสินเชื่อรายบุคคล” นางนลินี กล่าว
ทั้งนี้ แผนงานของ ไอร่า ไอฟุล นั้นในช่วงแรกของการทำงานจะเน้นเรื่องการเก็บฐานข้อมูลลูกค้า คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ประมาณครึ่งหลังของปีนี้ และจะเปิดสาขา 2-3 สาขา/เดือน กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเน้นพนักงานบริษัทและพนักงานโรงงานฐานเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท ให้วงเงินกู้สูงสุดต่อรายไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน พร้อมกับกำหนดเป้าหมายภายในปี 2560 จะมีจำนวนสาขา 120 สาขา ฐานลูกค้า 1 ล้านราย และขนาดการปล่อยสินเชื่อ 1.5 หมื่นล้านบาท
ด้านความคืบหน้าของบริษัท ไอร่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอดไวเซอรี่ (สิงคโปร์) เพิ่งได้รับใบอนุญาตการทำธุรกิจวาณิชธนกิจจากทางการสิงคโปร์ โดยเน้นรับงานที่ปรึกษาทางการเงินในการควบรวมกิจการ รวมไปถึงการหาแหล่งเงินให้กับลูกค้า จนมีลูกค้าเข้ามา 6 ราย ซึ่งจะใช้เวลาในการทำงานประมาณ 6-7 เดือน คาดว่าจะจบดีลได้ประมาณ 2 ดีลในปีนี้ โดยเฉลี่ยจะได้รับค่าธรรมเนียมประมาณ 15 ล้านบาท/ราย







