posttoday
สำเร็จข้ามคืน ตอน 1

สำเร็จข้ามคืน ตอน 1

17 กุมภาพันธ์ 2558

ผมเห็นคนสมัยนี้พูดกันเยอะ เรื่องความสำเร็จชั่วข้ามคืน อย่างใกล้ตัวหน่อยก็ที่เราเห็นคนเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้น ทุกคนก็จะมองว่าเขาสำเร็จชั่วข้ามคืน

ผมเห็นคนสมัยนี้พูดกันเยอะ เรื่องความสำเร็จชั่วข้ามคืน อย่างใกล้ตัวหน่อยก็ที่เราเห็นคนเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้น ทุกคนก็จะมองว่าเขาสำเร็จชั่วข้ามคืน

ที่น่าสนใจมากในตลาดหุ้นบ้านเราก็คือ พี่แอ๊ด คาราบาว หลายคนบอกว่า เอาราคาหุ้นที่พี่แอ๊ดเป็นเจ้าของคูณเป็นจำนวนเงิน กลายเป็นว่า พี่แอ๊ดรวยกว่านักลงทุนรายใหญ่ในตลาดเสียอีก คือ แกรวยประมาณ 4,000 ล้านบาท

ต้องถามคุณว่า อย่างพี่แอ๊ดเรียกว่า แกสำเร็จชั่วข้ามคืนใช่หรือไม่ ...ครับ!! หลายๆ คนจะบอกเลย พี่แอ๊ดนี่ไม่ใช่สำเร็จชั่วข้ามคืน เพราะมุ่งมั่นเป็นราชาเพลงเพื่อชีวิตมาเกือบตลอดชีวิต แต่ที่ข้ามคืนก็คือ “รวยข้ามคืน” ต่างหาก

ฮึม!! ถามหน่อยมันต่างกันอย่างไร ...ผมจะ List เรื่อง “ข้ามคืน” มาให้พอสังเขปดังนี้

หนึ่ง “สำเร็จข้ามคืน” อันนี้คือ ใครก็ตามที่อยู่ดีๆ ก็ประสบความสำเร็จในชีวิตในสายตาคนอื่น ...ไม่ต้องมองไกลตัว ผมเอง ภาววิทย์ กลิ่นประทุม อยู่ดีๆ ก็โผล่ขึ้นมาเป็น IDOL ในสายการลงทุนของคนมากมาย “มันมาจากไหน ขึ้นมายังไง สงสัยสำเร็จข้ามคืน” สิ่งที่น่าสนใจคือ เคล็ดลับมันคืออะไร -- ใช่!! เพราะถ้าใครรู้ขั้นตอนว่า สำเร็จข้ามคืน มันมีวิธี หนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วทำตามก็คงสำเร็จได้ไม่ยากจริงไหม ...แต่ที่แน่ๆ ขั้นตอนสำเร็จข้ามคืน ไม่เคยสอนในโรงเรียน ไม่สามารถเรียนจากมหาวิทยาลัย และก็ไม่สามารถเรียนจากโรงเรียนกวดวิชา

สอง “รวยข้ามคืน” อันนี้เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่อยากมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ...ยุคนี้ไม่ต้องถาม ความฝันสูงสุดของทุกคนคือ อยากรวย แต่รู้สึกไหมว่า “รวยข้ามคืน” มันเกี่ยวข้องกับ “สำเร็จข้ามคืน” พูดง่ายๆ ว่า “รวยข้ามคืน” มันเป็นผลลัพธ์มาจาก “สำเร็จข้ามคืน” ดังนั้นเราต้องเข้าใจวิธีการ “สำเร็จข้ามคืน” แล้ว Leverage ให้เป็น จึงจะกลายเป็นพี่แอ๊ดคาราบาวได้ ...ใช่!! หากสำเร็จแต่ไม่รู้จัก “Leverage” ก็แค่สำเร็จแต่ไม่รวย ...นั่นแหละ สิ่งที่พี่แอ๊ดได้เรียนรู้จาก “คาราบาวแดง” แล้วพี่แอ๊ดก็ได้ 4,000 ล้านบาทเห็นๆ ครับพี่น้อง... “Leverage ความสำเร็จ” ก็คือหัวใจของการสร้างความมั่งคั่งที่รวดเร็ว ปานจรวด...จ๊ากก!!

สาม “ดังข้ามคืน” อันนี้เป็นสิ่งที่คน Gen Y อยากได้มากที่สุด “กรูอยากดัง” อันนี้ไม่ต้องไปสำรวจเลยว่า คนยุคนี้อยากดัง อยากมีสิทธิมีเสียง อยากมีตัวตนในสังคม แต่ก่อนหน้านี้มันไม่มีโอกาส มันอึดอัด ...คน Gen Y เกิดมาพร้อมความคิดที่ว่า “ลูกเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็นนะจ๊ะ”  ความคิดนี้ โคตร Fail มันเหมือนจะดี แต่โคตรกดดัน

เวลาคุณหวังสูง ความสุขคุณจะลดลง เป็นกฎธรรมชาติ เขามีการวิจัยออกมาว่า คนที่หวังสูงมักมีความสุขยาก เพราะความสุขเขาผูกติดกับเป้าหมายซึ่งเป็นส่วนที่น้อยมากของชีวิต ...คุณลองหลับตานึก เรามีความสุขกับการถึงเป้าหมายกี่ครั้งในชีวิต ...แล้วแต่ละครั้งที่เราไปถึงเป้าหมาย เรามีความสุขนานแค่ไหน ...ผม เคยอยากเรียนให้ได้เกรด 4 ในสมัยประถม พอได้ปั๊บ ...โอโห! แม่เจ้า! เรียนทั้งปี เครียดขั้นเทพ พอเห็นสมุดพก ดีใจสุดขีด...

แค่นั้นแหละ ความสุขทั้งปีอยู่ที่ 3 นาที ที่เปิดสมุดพกนั่นแหละ ...สำเร็จแล้ว!! – นั่นแหละความสุขที่เป้าหมาย จากนั้นเป้าหมายผมสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เป้าหมายต่อมา “ผมอยากรวยเหมือน Bill Gates” ตอนนั้นตั้งไว้ตอนมัธยมต้น ...จากวันนั้นถึงวันนี้ยังไม่บรรลุเลย

“ความสุข” กับ “เป้าหมาย” มันมีทั้งประโยชน์ แต่ก็มีโทษ ...เหมือนอย่าง “ไฟ” มีทั้งประโยชน์และโทษ อย่าง “รถยนต์” มีทั้งประโยชน์และโทษ ...แต่ที่น่าตกใจคือ คนเรารู้วิธีใช้สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมา แต่คนส่วนน้อยรู้จักใช้ “เป้าหมาย” ให้เป็นประโยชน์ ...ส่วนใหญ่ใช้เป้าหมายเป็นโทษ เป็นทุกข์ เป็นความผิดหวัง

เรื่องนี้สนุกครับ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราสามารถใช้ “เป้าหมาย” เป็นเครื่องมือ เราจะเปลี่ยนชีวิตเราทันที

กลับมาเรื่อง Gen Y ที่ “อยากดัง” เดี๋ยวนี้ไม่ยาก เรามี Social Network ไง ...อันนี้แหละ เครื่องมือที่ Gen Y หามาตั้งนานแล้ว ดังนั้นใครก็ตามที่อยากชนะใจ Gen Y “กลุ่มคนที่มีพลังในสังคม แต่เงินน้อย ณ เวลานี้” ก็ต้องเข้าใจ Gen Y ...แล้วใช้ Social Network ชนะใจเขา

ผมก็เป็นคนนึงที่พยายามเข้าใจ Gen Y มากที่สุดคนนึง เพราะผมคือ Gen Y ฮ่า ฮ่า ...ยุคนี้คน Gen Y จิตตกมากที่สุด เพราะ “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” คน Gen นี้ การศึกษาสูง แต่รายได้ต่ำ เพราะจบปริญญามาสูง แต่งานที่ทำช่างกระจอก เพราะ Gen อื่นเขาครองธุรกิจ ครองตลาด เขาต้องการแค่แรงงานถูกๆ จาก Gen Y เท่านั้นแหละ ดังนั้นจะมี Gen Y จำนวนมากที่ไม่อยากอยู่ในองค์กร ...อยากเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว

แน่นอน!! สถิติของธุรกิจส่วนตัวที่สำเร็จ คือ 90/10 ...เจ๊ง 90 คน มีรอด 10 คน แล้วที่รวยแบบ Bill Gates หรือ Mark Zuckerberg ก็มีแค่ 10% ใน 10% ที่รอด ก็คือ ที่สำเร็จแล้วโคตรรวยมีแค่ 1 ใน 100 คนเท่านั้น

คุณคิดดูเป้าหมายของ Gen Y มันยากจริงๆ จะไม่เครียดจิตตกได้อย่างไร ...การแข่งขันก็ยากขึ้น คู่แข่งก็เต็มไปหมด ...เป้าหมายก็เกือบเป็นไปไม่ได้ ...บ้าไปแล้ว ...แต่อย่าเพิ่งท้อ -- ผมหาทางออกได้แล้ว ไว้ผมจะค่อยๆ เล่าให้เพื่อนๆ ฟังละกันว่า ทางสว่างมันมีอยู่จริงครับ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล