posttoday
ขึ้น....แต่ชะลอตัวแนวต้าน 790 หรือ 798

ขึ้น....แต่ชะลอตัวแนวต้าน 790 หรือ 798

17 มิถุนายน 2553

....พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์

ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยได้ปัจจัยบวกหลังจากประธาน ECB แถลงว่ายังคงให้การสนับสนุนวงเงินกู้ฉุกเฉินต่อไปอีกจนถึงเดือน ก.ย. โดยประเด็นดังกล่าวได้ช่วยลดความตึงตัวทางด้านสภาพคล่อง พร้อมกับยืนยันว่าจะยังสนับสนุน เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจตกต่ำต่อไปอีกเป็นปัจจัยสนับสนุนให้กับตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน ในขณะที่การปรับอันดับเครดิตของมูดี้ส์ของกรีซลงสู่ระดับต่ำกว่าระดับการลงทุน หรือจังก์นั้นส่งผลกระทบต่อตลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจาก S&P ได้มีการปรับลดอันดับเครดิตไปในช่วงปลายเดือน เม.ย. แล้ว ส่งผลให้ตลาดรับรู้ความเสี่ยงดังกล่าวไปแล้วและไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก ทิศทางของหุ้นยังเป็นการแกว่งตัวขึ้นตลอดสัปดาห์ แม้ว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดในรอบนี้จะไม่ได้มาจากยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติก็ตาม กลับมียอดขายสุทธิในระดับพันล้านบาทสลับออกมาเป็นระยะๆ ก็ตาม

ปัจจัยเรื่องหนี้ในยุโรปต่อตลาดทุน คาดว่าตลาดเริ่มรับรู้ความเสี่ยงของภาระหนี้ในยุโรปไปในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งหากยังไม่มีการปรับลดอันดับเครดิตของประเทศใหญ่ๆ ลงมาสู่ระดับต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ก็อาจจะยังไม่มีประเด็นให้ตลาดปรับตัวลงรุนแรง อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นหากมีข่าวลบเข้ามาบ้าง คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในระดับที่ลดลงน้อยกว่าครั้งแรกที่เริ่มมีข่าวปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรป ซึ่งโดยต้นตอของปัญหาดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่จะสามารถลดระดับหนี้ให้ลงมาอยู่ในระดับต่ำได้ โดยปัจจัยที่เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่ “ในตอนนี้” ยังไม่ลุกลาม คือ ผลการประมูลพันธบัตรของชาติในยุโรป สเปน โปรตุเกส ไอร์แลนด์ และอิตาลี ปรากฏว่ามีผู้ให้ความสนใจสูง คือ มีจำนวนผู้สนใจซื้อต่อวงเงินพันธบัตรที่ออกจำหน่ายสูง (Bid to Cover Ratio) ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไม่สูงมาก และเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนของประเทศในยุโรปที่มีปัญหาหนี้ได้ และแสดงให้เห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่มีความมั่นใจต่อภาวะหนี้ในยุโรปว่าจะไม่ลุกลามและส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกลับมาเพิ่มขึ้นอีก (ซึ่งรวมถึงความมั่นใจต่อระดับค่าเงินยูโรในปัจจุบันด้วย)

ในขณะที่การซื้อพันธบัตรของ ECB เพื่อดึงอัตราผลตอบแทนลงและเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องให้กับระบบยังคงมีต่อเนื่อง แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศตารางเวลาและจำนวนเงินที่ชัดเจนออกมา ซึ่งปัจจุบันมีการซื้อคืนพันธบัตรไปทั้งหมด 4.05 หมื่นล้านยูโร ซื้อในอาทิตย์แรก 16.50 พันล้านยูโร และเริ่มซื้อลดลงเรื่อยๆ 5.5, 8.5 และ 10 พันล้านยูโรตามลำดับ ซึ่งหากยังคงมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าผ่านการทำการซื้อคืนพันธบัตรตลาดหุ้นโลกและสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้

ทางด้านตลาดหุ้นสหรัฐช่วงนี้อยู่ในช่วงปรับการคาดการณ์ของตลาดให้ลดลงมาหลังจากที่คาดกันดีเกินไป หลายเดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้น “ชิน” กับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดี จนทำให้ความผิดหวังมีสูงเมื่อตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐออกมาแย่ ปรับตัวลงลบ 1.2% จากที่ตลาดคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% แต่อย่างไรก็ดี ตัวเลขสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนที่ออกมาดี จึงยังคงสามารถส่งผลบวกต่อตลาดทุนและสินทรัพย์เสี่ยงได้ ในส่วนของประธานเฟดเองได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับอัตราการว่างงานว่า จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ซึ่งก็เป็นการปรามไม่ให้ตลาดมีความหวังในเชิงบวกมากนัก

ส่วนทองคำซึ่งตอนนี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสินทรัพย์ปลอดภัย เริ่มชะลอการขึ้นและมีแรงเทขายทำกำไรออกมา หลังจากที่มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างในตลาดหุ้นและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ จากตัวเลขเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางฝั่งยุโรปออกมาดี โดยในระยะสั้นเราประเมินว่าหากแนวโน้มเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นยังคงดีต่อเนื่องอีก ทองคำจะเริ่มมีการพักฐานหรือปรับตัวลง ซึ่งในระยะสั้นยังมีแนวต้านที่บริเวณ 1,230 และ 1,250 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่หากอ่อนตัวลงต่ำกว่า 1,215 เหรียญสหรัฐ การพักฐานจะนาน อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางยาว ทองคำยังคงได้ ในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถปกป้องเงินเฟ้อได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวและธนาคารกลางต่างๆ ที่เคยอัดฉีดสภาพคล่องเข้ามายังไม่มีนโยบายที่จะถอนสภาพคล่องดังกล่าวออกจากระบบ ทองคำจึงจะกลับมามีบทบาทอีกครั้ง

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ ทิศทางระยะสั้นยังเป็นการแกว่งตัวขึ้น โดยแนวต้านหลักของตลาดอยู่ที่บริเวณ 790 และ 798 จุด ที่รอทดสอบ ซึ่งอาจจะทำให้ชะลอตัวได้ กลยุทธ์แนะนำให้ถือหุ้นและเล่นรอที่แนวต้าน ส่วนแนวโน้มระยะยาวยังเป็นบวก และเชื่อว่าในที่สุดตลาดหุ้นไทยจะสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างช้าในช่วงปลายปีนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท