
กรมศุลฯตรวจเข้ม นักช็อปหิ้วของเข้าไทย
ช่วงใกล้ปิดภาคเรียนฤดูร้อนและวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์เดือน เม.ย. จะเป็นช่วงที่คนไทยจำนวนมากถือโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศ และเมื่อเดินทางกลับจะซื้อของฝากหรือสินค้าแบรนด์เนมที่นิยมกลับมาด้วย โดยไม่ทราบถึงกฎระเบียบการนำของติดตัวเข้าประเทศ ที่ผ่านมาจึงมีการนำเข้ามาเกิน ทำให้ต้องชำระอากรสำหรับของที่มีมูลค่าเกินกว่ากฎหมายอนุญาต และอาจต้องเสียค่าปรับ หรือถูกริบของบางรายการที่เป็นของต้องห้าม
ช่วงใกล้ปิดภาคเรียนฤดูร้อนและวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์เดือน เม.ย. จะเป็นช่วงที่คนไทยจำนวนมากถือโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศ และเมื่อเดินทางกลับจะซื้อของฝากหรือสินค้าแบรนด์เนมที่นิยมกลับมาด้วย โดยไม่ทราบถึงกฎระเบียบการนำของติดตัวเข้าประเทศ ที่ผ่านมาจึงมีการนำเข้ามาเกิน ทำให้ต้องชำระอากรสำหรับของที่มีมูลค่าเกินกว่ากฎหมายอนุญาต และอาจต้องเสียค่าปรับ หรือถูกริบของบางรายการที่เป็นของต้องห้าม
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร จึงได้ย้ำเตือนให้ผู้ที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศทราบถึงข้อปฏิบัติด้านพิธีการทางศุลกากรและปฏิบัติตามให้ถูกต้อง โดยย้ำว่า การมีของที่ต้องสำแดงแต่หลีกเลี่ยงไม่สำแดงขณะผ่านจุดตรวจ ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะถือเป็นความผิด โดยลงโทษปรับ 4 เท่าของมูลค่าของ บวกค่าภาษีและอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และสิ่งของนั้นจะถูกริบเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายศุลกากรทันที
ทั้งนี้ กรมศุลกากรจะเน้นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศ โดยมิได้ตรวจสัมภาระของผู้โดยสารทุกคน แต่จะสุ่มตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์ตามหลักมาตรฐานสากล ขณะที่กรมศุลกากรได้จัดบริการช่องผ่านพิธีการศุลกากรแก่ผู้โดยสารขาเข้า ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ 2 ช่องทาง ได้แก่
1.ช่องตรวจเขียว สำหรับผู้โดยสารที่ไม่มีของต้องเสียภาษีอากร หรือของที่ละเว้นการเสียภาษีอากร อันได้แก่ ของใช้ส่วนตัวที่มีมูลค่ารวมทั้งหมดไม่เกิน 1 หมื่นบาท ของใช้ส่วนตัวหรือใช้ในวิชาชีพที่ซื้อจากร้านค้าดิวตี้ฟรีในสนามบิน มูลค่ารวมกันไม่เกิน 2 หมื่นบาท ของใช้ในบ้านเรือนซื้อจากดิวตี้ฟรี มูลค่ารวมกันไม่เกิน 5 หมื่นบาท บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน หรือยาสูบไม่เกิน 250 กรัม หรือรวมกันไม่เกิน 250 กรัม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกิน 1 ลิตร
2.ช่องตรวจแดง สำหรับผู้โดยสารที่มีของต้องเสียภาษีอากร (ของมีจำนวนและประเภทที่นอกเหนือจากการละเว้นภาษีอากร) ของต้องห้าม ของต้องจำกัด หรือไม่แน่ใจว่าของที่นำเข้ามานั้นต้องเสียภาษีอากรหรือไม่







