
วิริยะฯบุกขยายเบี้ยนันมอเตอร์
วิริยะประกันภัย รุกตลาดสุขภาพ ขยายเบี้ยกรมธรรม์ค้ำจุนลูกจ้าง รับกฎหมายใหม่
วิริยะประกันภัย รุกตลาดสุขภาพ ขยายเบี้ยกรมธรรม์ค้ำจุนลูกจ้าง รับกฎหมายใหม่
นายอานนท์ โอภาสพิมลธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทจะขยายงานด้านประกันภัยที่ไม่ใช่
รถยนต์หรือนันมอเตอร์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการรับประกันความเสี่ยงหลักที่สำคัญ อย่างประกันภัยสุขภาพ ซึ่งแนวโน้มการบริการทางการแพทย์มีการพัฒนามากขึ้น และมีต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นด้วย
“ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็จะเป็นความเสี่ยงภัยที่สำคัญสำหรับทุกครอบครัว รวมถึงลูกค้าของเราด้วย การประกันสุขภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งเราจะอาศัยฐานจากลูกค้าที่มีอยู่หลายล้านคนในการขยายตลาดเป็นหลัก” นายอานนท์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทจะขยายตลาดในส่วนของแบบประกันค้ำจุนลูกจ้าง ที่ให้ความคุ้มครองในกรณีนายจ้างได้รับความเสียหายจากการกระทำของลูกจ้างให้มากขึ้น เนื่องจากในปีนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสัญญาค้ำประกันบริษัทที่มีการจ้างบุคลากรและต้องมีสัญญาให้มีผู้ค้ำประกันการทำงานของพนักงานในบางหน้าที่ ซึ่งอาจมีความยุ่งยากมากขึ้น ดังนั้นแบบประกันภัยค้ำจุนลูกจ้างจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับนายจ้างได้
นายอานนท์ กล่าวว่า บริษัทยังจะขยายบริการให้ครอบคลุมการประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วย เช่น การประกันการขนส่งสินค้า ที่คาดว่ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา การให้บริการด้านนี้เติบโตขึ้นกว่า 20 เท่า
สำหรับภาพรวมของนันมอเตอร์นั้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการแก่ผู้เอาประกันมากกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ ถือว่าให้บริการได้ในทุกสาขาของบริษัท และให้บริการสินไหมทดแทนได้ครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว
นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย กล่าวว่า อุตสาหกรรมประกันภัยในปีนี้คงกลับมาอยู่ในภาวะคึกคักอีกครั้งหนึ่ง เพราะมีปัจจัยบวกหลายด้านช่วยสนับสนุน เช่น นโยบายที่ชัดเจนของภาครัฐในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งการลงทุนของภาคเอกชน และการ
กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่มีผลมากที่สุดคือ การเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะมียอดขายภายในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ล้านคัน/ปี รวมถึงเริ่มต้นเข้าสู่เสรีประชาคมอาเซียน ซึ่งปริมาณการเคลื่อนย้ายของคนและการขนส่งสินค้าข้ามแดนจะมีมากขึ้น จึง
คาดการณ์ได้ว่าอุตสาหกรรมประกันภัยในปีนี้จะเติบโตประมาณ 7%
ด้านผลการดำเนินงานในปี 2557 บริษัทมีเบี้ยรับรวม 33,368 ล้านบาท เติบโตลดลง 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นเบี้ยรถยนต์ 30,513 ล้านบาท แยกเป็นภาคสมัครใจ 27,556 ล้านบาท ภาคบังคับ 2,956 ล้านบาท และเบี้ยนันมอเตอร์ 2,855 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันอัคคีภัย 251 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 238 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ด 2,366 ล้านบาท







