posttoday
กาแฟไทยสู้อาฟตา

กาแฟไทยสู้อาฟตา

17 มิถุนายน 2553

 

จากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ตลาดและราคากาแฟไทย ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 เป็นต้นมา ประกอบกับราคายางพาราอยู่ในเกณฑ์สูงมาก ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโรบัสตาในพื้นที่ภาคใต้ส่วนหนึ่งโค่นต้นกาแฟทิ้ง แล้วหันไปปลูกยางพาราทดแทน และมีบางส่วนหันไปปลูกปาล์มน้ำมันด้วย

กรมวิชาการเกษตรคาดการณ์ว่าในปีนี้พื้นที่ปลูกกาแฟของไทยจะลดลงเหลือ 2.53 แสนไร่ จากปีที่ผ่านมาที่มีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 3.59 หมื่นไร่ โดยเฉพาะสวนกาแฟโรบัสตารายย่อยมีแนวโน้มลดลงและหายไปจากระบบค่อนข้างมาก

“สำหรับผู้ปลูกกาแฟอาราบิก้าในพื้นที่ภาคเหนือที่มีพื้นที่ปลูกประมาณ 30,00035,000 ไร่ ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากพันธกรณี AFTA เนื่องจากการผลิตกาแฟอาราบิก้าของไทยในปัจจุบันยังไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยผลิตได้ปีละประมาณ 4,000 ตัน ในขณะที่ตลาดมีความต้องการสูงถึงปีละ 8,000 ตัน ดังนั้น ผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้าในภาคใต้จะน่าได้รับผลกระทบมากกว่า เพราะอาจมีการนำเข้ากาแฟโรบัสต้าจากเวียดนามและอินโดนีเซีย เข้ามาตีตลาดภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งต้นทุนการผลิตของทั้ง 2 ประเทศดังกล่าว ต่ำกว่าของเกษตรกรไทยมาก” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว

นายมานพ หาญเทวี นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ปริมาณผลผลิตกาแฟโรบัสต้าไม่เพียงพอกับความต้องการเช่นเดียวกัน แต่ละปีไทยมีความต้องการใช้ประมาณ 60,00070,000 ตัน แต่สามารถผลิตได้เพียง 40,00050,000 ตัน ทำให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อทดแทนส่วนที่ขาด ซึ่งปีนี้ไทยมีการนำเข้าเมล็ดกาแฟจากประเทศอาเซียนแล้วกว่า 1,127.38 ตัน คิดเป็นสัดส่วนอาเซียน 97.08 % ขณะเดียวกันยังมีการนำเข้ากาแฟสำเร็จรูป กว่า 27.4 ตัน คิดเป็นสัดส่วนอาเซียน 20.03%

สินค้ากาแฟไทยได้เปรียบในเรื่องคุณภาพผลผลิต เนื่องจากมีระบบการผลิตที่ได้มาตรฐานตามหลักสากล ส่วนเวียดนามได้เปรียบในด้านปริมาณและความหลากหลายของเกรดกาแฟ ซึ่งมีทั้งเกรดสูงและเกรดต่ำให้เลือก โอกาสที่ไทยจะแข่งขันได้ต้องใช้เรื่องคุณภาพและมาตรฐานสินค้า พร้อมสร้างเอกลักษณ์กาแฟไทยให้เทียบเท่ากับสากลเพื่อให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น

ดังนั้น ชาวสวนกาแฟต้องเร่งปรับลดต้นทุนให้ต่ำลง พร้อมเร่งปรับระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น พัฒนาแปลงปลูกใหม่ ตัดแต่งกิ่งทำสวนต้นกาแฟ เปลี่ยนยอดกาแฟพันธุ์ใหม่ ฟื้นฟูต้นกาแฟที่มีอายุมากและให้ผลผลิตต่ำ เป็นต้น เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น และได้กาแฟคุณภาพดีได้มาตรฐาน โดยกรมวิชาการเกษตรได้จัดเร่งทำสวนกาแฟต้นแบบใน จ.เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ชุมพร ระนอง รวมกว่า 2025 แปลง เพื่อให้ชาวสวนกาแฟในพื้นที่เข้ามาเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตกาแฟ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี