posttoday
ธปท.ยังวิตกผู้ค้ารายย่อยเก็งกำไรบาท

ธปท.ยังวิตกผู้ค้ารายย่อยเก็งกำไรบาท

17 มิถุนายน 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — ธปท.ประสานสภาอุตฯ ปรับการบริหารเงินส่งออก รายเล็กเดือน ก.ค.นี้

นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทในขณะนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่รู้จักใช้เครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง เช่น การซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนแลกกับเงินบาทล่วงหน้า (Headging) แต่ก็ยอมรับว่าผู้ประกอบการรายย่อยยังเลือกวิธีการเก็งกำไรหรือรอผลประโยชน์จากการแข็งหรืออ่อนค่าของเงินบาท เพราะคิดว่าการซื้อป้องกันความเสี่ยงมีต้นทุนสูง

ขณะนี้ ธปท. ได้มีการประสานกับ องค์กรต่างๆ เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อจัดบุคลากร ธปท. ไปจัดอบรมให้ความรู้ในการบริหารความเสี่ยงค่าเงินแล้ว เบื้องต้นน่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือน ก.ค.ปีนี้

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในขณะนี้ไม่ได้แข็งค่ามาก กว่าสกุลอื่นๆ เนื่องจากยังเคลื่อนไหวจับกลุ่มอยู่ในระดับเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค และเมื่อดูดัชนีค่าเงินบาทที่แท้จริง (NEER) และเปรียบค่าความผันผวนกับสกุลอื่นๆ แล้ว ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 3% ซึ่งต่ำกว่าเงินมาเลเซียที่ 10% และเกาหลีก็อยู่ในระดับค่อนข้างสูง

“ธปท.ยังติดตามดูแลไปตามปกติ แต่ส่วนใหญ่จะปล่อยให้ค่าเงินบาทเป็นไปตามกลไกตลาด การเข้าดูแลก็ดูแลตามความจำเป็น” นางสุชาดา กล่าว

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีนี้ที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้น 2.9% สิงคโปร์ 0.84% มาเลเซีย 5.3% อินโดนีเซีย 3.01% เวียดนาม 2.95% ฯลฯซึ่งสกุลส่วนใหญ่ในภูมิภาคจะเข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ยกเว้นเงินยูโรที่มีปัญหาได้รับผลกระทบค่อนข้างมากทำให้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ โดยช่วงที่มีวิกฤตในยูโรโซน เงินยูโรอ่อนค่าลงไปอยู่ที่ 1.81.9 ยูโร/เหรียญสหรัฐ แต่ขณะนี้ปรับแข็งค่าขึ้นมาบ้างอยู่ที่ระดับ 1.23 ยูโร/เหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล