
ไอซีที-ส.อ.ท.หนุนผู้ประกอบการใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ไอซีที-ส.อ.ท. สนับสนุนผู้ประกอบการ ให้เข้าสู่การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตั้งเป้าหมื่นล้านใน 3 ปี
ไอซีที-ส.อ.ท. สนับสนุนผู้ประกอบการ ให้เข้าสู่การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตั้งเป้าหมื่นล้านใน 3 ปี
นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลในเรื่องดิจิทัล อีโคโนมี ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้มีทิศทางการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนี้ 1.ส่งเสริมผู้ประกอบการค้ารุ่นใหม่ 2. ส่งเสริมนวัตกรรมเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม 3.ปรับรูปแบบการค้าการลงทุนในเชิงธุรกิจดิจิทัล 4.เกิดตลาดใหม่ในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ทั้งนี้ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ประกอบการในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ เพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ จึงได้ร่วมประชุมหารือกับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่มีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการด้านการผลิตที่เป็น SMEs จำนวนมาก ในการที่จะสนับสนุนโครงการดิจิทัล อีโคโนมี ไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีนโยบายที่จะส่งเสริมสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมไทย กว่า 8,000 บริษัท ให้เปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ จากธุรกิจแบบซื้อ-ขายแบบเดิม ไปสู่ยุคที่ทำธุรกิจด้วย e-business โดยทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้มีการพัฒนาจัดทำ website กลาง (Portal Website) www.ftiebusiness.com เพื่อให้สมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สามารถทำธุรกิจผ่านทาง website ดังกล่าว โดยเบื้องต้น สมาชิกสามารถมีหน้าร้าน Online มีรายการสินค้า Online (e-catalog) รวมถึง Dead Stock เพื่อให้สมาชิกมีพื้นที่ในการระบายสินค้าที่เหลือใช้
นอกจากนั้น ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เรียนนำเสนอโครงการเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ 4 โครงการ ได้แก่
โครงการที่ 1 โครงการส่งเสริม e-business สู่ ภาคอุตสาหกรรมสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเพิ่มช่องทางการทำธุรกิจการค้า โดยใช้ Online ตั้งแต่การทำธุรกรรม (e-business) ต้นทาง ไปจนถึงปลายน้ำ (supply chain) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรรมไทย รองรับ AEC โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมอบรมโครงการส่งเสริม e-business สู่ภาคอุตสาหกรรมกว่า 3,000 ราย สร้างโอกาสส่งเสริมการซื้อ-ขายผ่านทางโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท ในปีแรก และตลอดทั้งโครงการ 3 ปี จะส่งเสริมการซื้อ-ขาย กว่า 10,000 ล้านบาท
โครงการที่ 2 ปรับเปลี่ยนมาตรฐานการซื้อขายสินค้าให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยลดขั้นตอนการทำธุรกรรมการซื้อขายสินค้า รูปแบบปัจจุบันไปสู่รูปแบบการทำธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานสากล รวมไปจนถึงการทำธุรกรรมการชำระเงินผ่านระบบทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment) เพื่อทำให้ผู้ประกอบของไทยสามารถเชื่อมโยงกับผู้ประกอบต่างประเทศ ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำให้สินค้าไทยสามารถดำเนินการธุรกิจซื้อขายได้ทั่วโลก ซึ่งสามารถตรวจสอบและมีความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเริ่มจากกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก ซึ่งมีมูลค่าในการค้า-ขาย กว่าหนึ่งล้านล้านบาท ในแต่ละปี
โครงการที่ 3 ศูนย์ข้อมูลอุตสาหกรรมไทยรวบรวมข้อมูลโครงสร้างการผลิตของภาคอุตสาหกรรมแต่ละแขนง จำนวน 43 กลุ่มอุตสาหกรรม ภายใน 3 ปี อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ , กลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น เพื่อใช้ในการสนับสนุน supply chain ของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนเป็นกลไกการปกป้องการทุ่มตลาดของสินค้าภาคอุตสาหกรรม
โครงการที่ 4 การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นโครงการที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 พัฒนาผู้ประกอบการเศรษฐกิจดิจิทัลแบบมืออาชีพ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าไปสู่สากล ไม่น้อยกว่า 1,000 กิจการ ภายใน 3 ปี ซึ่งประกอบด้วย1. กลุ่มผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน 2. กลุ่มคนทำงานที่ต้องการสร้างธุรกิจส่วนตัว (คนทำงานรุ่นใหม่)3. ผู้ประกอบการปัจจุบันที่ยังไม่เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และ กลุ่มที่ 2 ผู้พัฒนาระบบเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ต่ำกว่าปีละ 200 ราย







