
คลังปิดฉากขายพันธบัตร8หมื่นล
.สบน.รับสภาพเหลือบานหันกู้แบงก์ กสิกรไทยยกเหตุจำกัดซื้อแค่1ล้าน
โพสต์ทูเดย์
— คลังยันไม่ผิดหวังขายพันธบัตรให้รายย่อย 1.16 แสนราย ลั่นไม่ปลดล็อกให้รายใหญ่ฮุบเหมือนเดิมนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งวงเงิน 1 แสนล้านบาท สิ้นสุดเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ปรากฏว่ายอดจำหน่ายอยู่ที่กว่า 8 หมื่นล้านบาท คิดเป็นจำนวนผู้ซื้อประมาณ 1.16 แสนราย มากกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย ถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนวงเงินที่เหลือ ซึ่งเป็นวงเงินที่กู้จากธนาคารพาณิชย์นั้นจะคงไว้ก่อน แล้วจึงรีไฟแนนซ์ต่อไปภายหลัง
“
เป้ายอดจำหน่ายที่ตั้งไว้ไม่เกิน 1 แสนล้านบาท มีรายย่อยจับจองได้ใกล้เคียงกับครั้งก่อน จากที่ตั้งเป้ากรณีขายหมด 1 แสนล้านบาท ไว้ที่ผู้ซื้อ 1.4 แสนราย” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวนายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า ทุกธนาคารที่เป็นตัวแทนจำหน่ายต้องการให้ปลดล็อกวงเงินสูงสุดในการจองซื้อมากกว่า 1 ล้านบาทต่อราย แต่ทางกระทรวงการคลังยืนยันว่า เป้าหมายที่แท้จริงคือต้องการจำหน่ายให้แก่ประชาชนรายย่อย เพิ่มทางเลือกในการออม ดังนั้นจึงไม่ได้มีการแก้ไขตามข้อเรียกร้องดังกล่าว
เบื้องต้นมีรายงานว่า ธนาคารขนาดใหญ่ ทั้งธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ต่างเหลือพันธบัตรเฉลี่ยแห่งละกว่า 20% ส่วนธนาคารขนาดเล็กโดยมากจะจำหน่ายได้หมดหรือเกือบหมด
ทั้งนี้ พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งมีอายุ 6 ปี เริ่มเปิดขายตั้งแต่วันที่ 711 มิ.ย. 2553 ให้กับผู้สูงอายุ หรือคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปก่อน จากนั้นจึงเป็นรอบของประชาชนทั่วไปจนถึงวันที่ 16 มิ.ย. 2553 โดยกำหนดขั้นต่ำให้ซื้อได้เริ่มต้นที่ 1 หมื่นบาท สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท
ขณะที่ผลตอบแทนให้ในอัตราแบบขั้นบันได คือ ปีที่ 12 ดอกเบี้ย 3%, ปีที่ 34 ดอกเบี้ย 4%, ปีที่ 5 ดอกเบี้ย 5% และปีที่ 6 ดอกเบี้ย 6% โดยเฉลี่ยแล้วจ่ายดอกเบี้ยที่ 4.17% ต่อปี กำหนดจ่ายปีละ 2 ครั้ง ซึ่งถือว่าให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาดปัจจุบัน และพันธบัตรอายุเท่ากันในตลาด
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของพันธบัตรไทยเข้มแข็งคือการเลื่อนการจำหน่ายหลายครั้ง เนื่องจากปัญหาการชุมนุมคนเสื้อแดง จากเดือน เม.ย. เป็น พ.ค. และสุดท้ายเป็นเดือน มิ.ย. รวมทั้งในช่วงเวลาที่ขายเป็นช่วงที่หุ้นกู้ของบริษัทเอกชนหลายแห่งออกมา เป็นธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ เป็นต้น ซึ่งให้ดอกเบี้ยดีกว่า
นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งครั้งนี้ขายไม่หมด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการจำกัดวงเงินซื้อไว้เพียง 1 ล้านบาทต่อราย ทำให้นักลงทุนบางส่วนที่ยังมีความต้องการลงทุนอีกเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถซื้อได้ หากมีการแบ่งรอบกรณีพันธบัตรที่เปิดขายรายย่อยไม่หมดให้สามารถเปิดขายแก่นักลงทุนรายใหญ่ได้ เชื่อว่าปัญหาขายพันธบัตรไม่หมดจะหมดไป
“
รอบที่แล้ว นักลงทุนรายย่อยร้องเรียนว่าจองซื้อไม่ได้ พันธบัตรตกเป็นของรายใหญ่หมด ส่วนรอบนี้รายใหญ่เข้าถึงพันธบัตรได้จำกัด รอบนี้จึงถือเป็นบทเรียนที่ดีแก่การเปิดขายรอบหน้า โดยอาจแบ่งวันขาย เปิดขายผู้สูงอายุก่อน ถัดมาเปิดขายให้รายย่อย หลังจากนั้นเปิดขายให้รายใหญ่ที่สนใจ” นายวีรวัฒน์ กล่าวทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยได้รับการจัดสรรพันธบัตร 1.4 หมื่นล้านบาท หลังปิดการขายมียอดจองซื้อ 1.34 หมื่นล้านบาท จากลูกค้าทั้งสิ้น 1.83 หมื่นราย โดยมีพันธบัตรเหลือเกือบ 600 ล้านบาท







