
องค์กรดีที่น่ายกย่อง
ในยุคปัจจุบัน แนวคิดการสร้างความสุขภายในองค์กรได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินธุรกิจ จนกลายมาเป็นโจทย์ให้กับองค์กรต่างๆ ว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้บุคลากรของตนมีความสุขได้อย่างยั่งยืน
ในยุคปัจจุบัน แนวคิดการสร้างความสุขภายในองค์กรได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินธุรกิจ จนกลายมาเป็นโจทย์ให้กับองค์กรต่างๆ ว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้บุคลากรของตนมีความสุขได้อย่างยั่งยืน
การที่บุคลากร พนักงานภายในองค์กรจะมีความสุขมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับว่า องค์กรนั้นจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของบุคลากรได้มากน้อยแค่ไหน
ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงเป็นหลักสำคัญในการจะตัดสินใจว่าควรจะสร้างความสุขให้เกิดในที่ทำงานให้มากน้อยแค่ไหน และยึดกับหลักคิดว่าหากที่ทำงานน่าอยู่ คนทำงานก็จะมีความสุขหรือไม่
ผมมีโอกาสอ่านรายงานการวิจัยชิ้นหนึ่งของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพที่ร่วมเป็นตัวตั้งตัวตีในการสร้างองค์กรแห่งความสุข
องค์กรแห่งนี้ได้วางแนวทางที่สามารถสร้างความสุขให้กับบุคลากรภายในองค์กรได้เป็นอย่างดี คือ บริษัท วี แอนด์ พี เอ็กซแพนด์ เมททัล ผู้นำในการผลิตและส่งออกตะแกรงเหล็กฉีกตามมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ทำพื้นทางเดิน ฝาท่อราคาประหยัด รั้ว สโตร์ ฝ้า กันขโมย ช่องลมระบายอากาศ แผงกันนก
จากการอ่านข้อมูล พบว่า บริษัทแห่งนี้เป็นองค์กรที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก อาจด้วยความที่มีพนักงานจำนวนไม่มาก ทำให้ความสัมพันธ์ภายในองค์กรเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน บรรยากาศในการทำงานจึงเป็นไปด้วยความสัมพันธ์แบบเพื่อนหรือพี่น้อง ทำให้การประสานงานเป็นไปอย่างราบรื่น
ผู้บริหารยังได้มีการจัดโครงการโดยยึดหลัก Happy Body ที่มุ่งเน้นเสริมสร้างสุขลักษณะที่ดีภายในองค์กร ด้วยการสนับสนุนการออกกำลังกายภายในองค์กร รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ การดูแลรักษา และเรื่องโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
นอกจากการดูแลเรื่องสุขภาพกายแล้ว ยังได้ใช้กิจกรรม Happy Soul เพื่อส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรมภายในองค์กร ด้วยการเตรียมความพร้อมก่อนการทำงานด้วยการนั่งสมาธิเป็นเวลา 5 นาที มีการจัดทำข้อความคติเตือนใจในจุดที่สะดุดตาอ่านงาน ฯลฯ
มีการจัดมุมผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานเป็น Happy Relax จัดกิจกรรมสันทนาการ มุขฮาประจำสัปดาห์ การเล่นหมากรุก การจัดวงดนตรีที่มาจากการรวมตัวของพนักงานภายในองค์กร
ที่ผมรู้สึกชื่นชอบและชื่นชม คือยังมองเห็นถึงการที่เจ้าของกิจการลงทุนติดอาวุธทางปัญญา ด้วยการสนับสนุนให้มีการเพิ่มศักยภาพและความรู้ในการทำงานผ่านโครงการ Happy Brain เช่น การจัดอบรมทักษะพนักงาน การจัดหาบทความที่น่าสนใจให้กับพนักงาน ข่าวสารความรู้ที่เกี่ยวข้องในตำแหน่งนั้นๆ โดยจัดในพื้นที่ที่เห็นและอ่านได้ง่าย
ที่สำคัญ ยังจัดอบรมให้พนักงานมีการบริหารทางการเงินที่ดีและมีหลักประกันทางการเงินในอนาคต ผ่านทางกระปุกออมสินที่บริษัทให้กับพนักงาน เพื่อเป็นการส่งเสริมนิสัยรักการออม
แต่ที่ผมอ่านแล้วทึ่งคือบริษัทเอกชนรายนี้กำหนดเป็นมาตรฐานในการปฏิบัติว่า หัวหน้างานทุกคนจะต้องสนับสนุนให้คนปฏิบัติดี พูดดี ทำดี มีโอกาสก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ใครรังแกคนดีจะถูกประณาม
ผมอ่านไปคิดถึงระบบราชการไป ถ้ารัฐบาลปฏิรูปแล้วทำได้เพียงครึ่งของเอกชนรายนี้ บ้านเมืองเราคงไปไกลกว่านี้







