
บทเรียนจากบริษัทใหญ่ กุญแจความสำเร็จ ‘อาวลีย์เนิร์ด’
ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “อาวลีย์เนิร์ด” (HourlyNerd) ร็อบ บีย์เดอร์แมน
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “อาวลีย์เนิร์ด” (HourlyNerd) ร็อบ บีย์เดอร์แมน ยอมรับว่า เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจตัวเองมาจากการสังเกตและเรียนรู้หลังทำงานกับองค์กรใหญ่ข้ามชาติอยู่หลายปี
ทั้งนี้ บีย์เดอร์แมนยอมรับว่า บริษัทผู้ให้บริการปรึกษาปัญหาธุรกิจ ด้วยการเป็นคนกลางประสานงานระหว่างผู้ประกอบการกับเหล่าเด็กหัวกะทิสายบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อช่วยแก้ปัญหาธุรกิจในราคาย่อมเยาของตัวเอง เป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่ปรึกษาทางธุรกิจที่มีอยู่มากมายในสหรัฐ แต่เพราะบทเรียนจากผู้ที่ประสบความสำเร็จมาก่อนทำให้อาวลีย์เนิร์ดโดดเด่นและแตกต่างจากธุรกิจอื่น
“ก่อนที่ผมจะเริ่มธุรกิจตัวเอง ผมใช้เวลาส่วนใหญ่สังเกตเหล่าผู้นำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายว่าเขาปฏิสัมพันธ์กับลูกจ้างอย่างไร เสาะหาและเกาะติดโอกาสอย่างไร ตอบสนองความพึงพอใจลูกค้าแบบไหน และเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างไร” บีย์เดอร์แมน กล่าว
บทเรียนแรกสุดที่บีย์เดอร์แมนได้เรียนรู้ก็คือการตระหนักว่าไม่มีธุรกิจหรือแนวคิดใดที่ยากเกินเยียวยา โดยการทำธุรกิจก็คือการก้าวเข้าสู่ความเสี่ยงในระดับหนึ่งแล้วดังนั้นอย่ากลัวที่จะลงมือทำสิ่งใหม่ๆ หรือสิ่งที่แตกต่าง เพราะความต่างย่อมนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่อาจนำไปสู่การสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้
บทเรียนต่อมาก็คือการรู้จักท้าทายมือดีของตัวเองด้วยสถานการณ์หรือโจทย์ที่ยากบ้าง ซึ่งบีย์เดอร์แมนอธิบายว่าระหว่างการทำงานกับบริษัทใหญ่ การที่เจ้านายค่อยๆ เพิ่มความยากของเนื้อหางานทำให้ตัวเองได้เรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งการลงมือแก้ไขอุปสรรคที่ต้องเผชิญจากงานที่ยากแต่ละครั้ง ยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นที่จะทำให้ลูกน้องเติบโตขึ้น
สำหรับบทเรียนข้อที่สาม คือ ความซื่อสัตย์และโปร่งใสในทุกขณะสถานการณ์ แม้แต่ในเวลาที่เผชิญข่าวร้าย เพราะรากฐานที่สำคัญที่สุดทั้งในโลกธุรกิจหรือโลกการใช้ชีวิตก็คือความไว้วางใจ ดังนั้นข้อมูลหรือข่าวที่สำคัญที่สุดของบริษัทไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ต้องเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งนอกจากความเชื่อถือแล้ว ยังทำให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วม รวมถึงร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหา โดยบีย์เดอร์แมนย้ำว่า ผู้นำองค์กรต้องร่วมคิดร่วมลงมือทำด้วยเช่นกัน
ส่วนบทเรียนที่สี่ คือ มุ่งประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับเป็นหลัก หรือตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า เพราะในธุรกิจบริการ หัวใจสำคัญก็คือลูกค้า เพราะฉะนั้น การให้บริการที่สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งยวด เนื่องจากรางวัลไม่ใช่เพียงแค่ความภักดีต่อองค์กรเท่านั้น ลูกค้าเหล่านี้ยังจะช่วยเป็นกระบอกเสียงโฆษณาประชาสัมพันธ์และทำให้บริษัทสามารถต่อกรกับคู่แข่งได้อย่างสบาย
บทเรียนที่ห้า ซึ่งเป็นบทเรียนสุดท้ายที่บีย์เดอร์แมนเก็บเกี่ยวจากการทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จก็คือลงมือศึกษาเก็บข้อมูลหรือทำวิจัยด้วยตัวเอง โดยบีย์เดอร์แมนอธิบายว่า การกระทำดังกล่าวจะช่วยให้เข้าใจความต้องการหรือปัญหาที่ลูกค้าต้องเผชิญ ซึ่งช่วยให้บีย์เดอร์แมนมองเห็นประเด็นยิบย่อยที่บริษัทที่ปรึกษาขนาดใหญ่มองข้าม และเป็นจุดเริ่มต้นของ “อาวลีย์เนิร์ด” ซึ่งมีกิจกรรมหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการทุกระดับของลูกค้า
นอกจากบทเรียนข้างต้นแล้ว บีย์เดอร์แมนยังแนะนำอีกว่า ในฐานะธุรกิจขนาดเล็กที่บางครั้งอาจต้องเผชิญการแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การเรียนรู้ในสิ่งที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทำได้ดีก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน
“จุดแข็งของบริษัทยักษ์ใหญ่ส่วนใหญ่ก็คือ ทำการบ้านให้หนัก ให้ความสนใจลูกค้า และหัดไว้วางใจลูกน้อง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่บริษัทขนาดเล็กสามารถนำมาประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์ได้ทั้งสิ้น” บีย์เดอร์แมน สรุป
5 นิยามความสำเร็จของอาวลีย์เนิร์ด1) ไม่มีธุรกิจใดที่ยากเกินเยียวยา2) ท้าทายบุคลากรด้วยโจทย์ยากบ้าง3)ซื่อตรงและโปร่งใสโดยเฉพาะเมื่อ เผชิญข่าวร้าย4) ใส่ใจกับประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับ5) ลงมือวิจัยข้อมูลด้วยตัวเอง







