
เจ้าของขนมปังพูดได้
เคยรู้กันบ้างมั้ยว่า เบรด ทอล์ก (Bread Talk) ร้านเบเกอรี่ชื่อดัง ที่มีให้เห็นมากมายในห้างสรรพสินค้าของไทย เจ้าของแบรนด์ “เบรด ทอล์ก” นี้ เป็นชาวสิงคโปร์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจให้สำเร็จ แต่เขายังต้องการให้ร้านค้าเป็นที่สื่อสารกับลูกค้าด้วยสไตล์ที่หลากหลาย
เคยรู้กันบ้างมั้ยว่า เบรด ทอล์ก (Bread Talk) ร้านเบเกอรี่ชื่อดัง ที่มีให้เห็นมากมายในห้างสรรพสินค้าของไทย เจ้าของแบรนด์ “เบรด ทอล์ก” นี้ เป็นชาวสิงคโปร์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจให้สำเร็จ แต่เขายังต้องการให้ร้านค้าเป็นที่สื่อสารกับลูกค้าด้วยสไตล์ที่หลากหลาย
จอร์จ เควก หรือที่รู้จักกันในฉายา ฟู้ดคอร์ตคิง เขาได้สร้างธุรกิจมามากมายก่อนที่จะเริ่มต้นเข้าสู่วงการธุรกิจเบเกอรี่ ซึ่งจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจของเขานั้นมาจากการต้องหาเลี้ยงชีพตัวเองในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี เพื่อส่งเสียตัวเองเรียนในไต้หวัน
จากจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจขายลูกอมขนาดเล็ก และธุรกิจฟู้ดคอร์ต “ฟู้ด จังก์ชั่น” ในไต้หวัน เขาก็ได้ก้าวเข้าสู่วงการร้านเบเกอรี่ สร้างร้านเบรด ทอล์ก ที่ประเทศสิงคโปร์ ในปี 2543
เควก เห็นว่า ร้านเบเกอรี่ที่มีอยู่ทั่วไปในสิงคโปร์ ส่วนใหญ่แล้วเป็นร้านที่มีขนาดเล็ก คับแคบ ซึ่งต่างจากร้านเบเกอรี่ทั่วไปในประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ด้วยไอเดียนี้จึงจุดประกายความคิดของเขา ทำให้เขาเห็นถึงช่องทางการทำธุรกิจที่แตกต่าง
ร้านเบเกอรี่ของเขาจึงมีการตกแต่งที่ทันสมัย เน้นการใช้กำแพงกระจก ใช้แสงไฟที่อบอุ่น และเปิดในส่วนของการผลิตขนมให้ลูกค้าได้เห็นกระบวนการผลิต เห็นขนมปังที่ถูกเอาออกจากเตาอบแบบสดใหม่ทุกวัน เพราะเมื่อลูกค้าเข้ามาที่ร้านต้องได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ออกไป
นอกจากการตกแต่งที่สวยงามแล้ว เควกยังได้ใส่รายการสินค้าที่แตกต่างจากร้านเบเกอรี่อื่นๆ เข้าไป เช่น หมูหย็อง ขนมปังเนื้อรสชาติสไตล์มาเลเซียและอินโดนีเซีย อีกทั้งขนมปังและเค้กที่วางขายอยู่ในร้านก็ถูกตั้งชื่อที่น่ารักใส่เข้าไป เช่น มิสเตอร์ฮอกไกโด พิงก์เลดี้ ฯลฯ เพื่อสร้างความหลากหลายและดึงดูดความสนใจของลูกค้า
เควก ได้กล่าวไว้ว่า การที่เลือกตั้งชื่อแบรนด์ว่า เบรด ทอล์ก นั้น เพราะเขาเชื่อว่าขนมปังสามารถพูดกับลูกค้าได้จริง วัตถุดิบต่างๆ ที่ถูกนำมาผลิตนั้นเป็นตัวสร้างรูปทรงที่แตกต่างให้กับขนมปัง และสร้างบุคลิกของขนมปังขึ้นมา จากเดิมคนเคยคิดว่าขนมปังเป็นอาหารหลักที่ทำให้ท้องอิ่ม แต่ในความคิดของเขาแล้ว เบรด ทอล์ก คือ ไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตของคน
ธุรกิจเบเกอรี่ของเขาได้ขยายออกไปในรูปแบบอื่นๆ แต่ยังคงแนวคิดในเรื่องการสื่อสารกับลูกค้าให้มากที่สุด โดยมีร้านเบเกอรี่แบรนด์ใหม่เกิดขึ้น ได้แก่ ไอซิ่ง รูม ซึ่งเป็นค้าขายเค้ก ที่ให้ลูกค้าสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแต่งหน้าเค้กได้ เพื่อที่จะแสดงออกความเป็นตัวของตัวเองของลูกค้าออกมาในเค้กที่ซื้อไป
ยังมีร้าน โทสต์บอกซ์ ที่ให้บริการลูกค้าที่ต้องการจะดื่มกาแฟแบบโบราณกับขนมปังปิ้ง ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป
นอกจากจะประสบความสำเร็จในประเทศสิงคโปร์แล้ว เบรด ทอล์ก ยังได้ขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศ ทั้งในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม ฮ่องกง และจีน เป็นต้น โดยเควกได้นำพาบริษัทของเขาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2546 และมีรายได้เติบโตในระดับสูงถึง 25% ต่อปี
แม้ว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จเควกยังคงวางแผนขยายสาขาออกไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเขาวางแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก 1,000 ร้านในต่างประเทศ และ 50% ของร้านเปิดใหม่จะเกิดขึ้นในประเทศจีน
การทำธุรกิจในต่างประเทศ เควกมองว่าจำเป็นต้องเรียนรู้วัฒนธรรมและเข้าใจลูกค้าท้องถิ่นให้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้จะเรียนรู้ผ่านการเข้าไปทำธุรกิจแล้ว เพราะหากรอให้ธุรกิจมีความพร้อมก่อนค่อยออกไปก็จะสูญเสียโอกาสทองไปได้
ปัจจุบันธุรกิจภายใต้เบรด ทอล์ก กรุ๊ป ได้ขยายวงกว้างออกไปหลากหลาย ได้แก่ ฟู้ด รีพับลิค ฟู้ด จังก์ชั่น โทสต์บอกซ์ไอซิ่ง รูม ราเมนเพลย์ และติ่นไท่ฟง







