
ค้าปลีกมือถือ แก้เกมพยุงยอดขาย
งานนี้คนที่เหนื่อยที่สุดก็คงไม่พ้นกลุ่มค้าปลีกมือถือ เพราะลูกค้าเลือกที่จะเดินเข้าศูนย์บริการของค่ายมือถือที่พร้อมทุกด้านมากกว่า
โดย....ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
การจำหน่ายดีไวซ์ของปีนี้ ยังคงทวีความดุเดือดอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่โอเปอเรเตอร์ส่งโปรโมชั่นแรงทั้งลดค่าเครื่อง ใช้เน็ตเพิ่มและโทรฟรี รวมทั้งกลยุทธ์กระตุ้นให้เปลี่ยนจาก 2จี มาเป็น 3จี ด้วยการซื้อสมาร์ท โฟนในราคาที่เหลือเพียง 500 บาท
งานนี้คนที่เหนื่อยที่สุดก็คงไม่พ้นกลุ่มค้าปลีกมือถือ เพราะลูกค้าเลือกที่จะเดินเข้าศูนย์บริการของค่ายมือถือที่พร้อมทุกด้านมากกว่าซื้อเครื่องเพียงอย่างเดียวผ่านหน้าร้านแล้วต้องไปหาหรือแพ็กเกจเพิ่ม
ไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์เวิลด์ ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือร้านทีจีโฟน เปิดเผยว่า ปัจจุบันทีจีโฟนเป็นแฟรนไชส์กับทางดีแทค เพื่อเปิดให้บริการในชื่อ “ดีแทคเซ็นเตอร์” ในการจำหน่ายสินค้าและผูกโปรโมชั่นค่าบริการเพียงรายเดียว
“ไม่ได้มีเพียงการแข่งขันของแบรนด์มือถือเท่านั้น ร้านค้าปลีกมือถือก็เริ่มแข่งขันกันรุนแรงไม่ต่างกัน ถึงแม้ภาพรวมธุรกิจจะมี ผู้ให้บริการโดยตรงเพียง 2 ราย แต่การที่เจ้าของแบรนด์ทำตลาดเองมากขึ้น และการปรับโฉมให้บริการของโอเปอเรเตอร์เอง เป็น การแย่งชิงส่วนแบ่งการขายของร้านค้าปลีกไอทีที่มีอยู่ในตลาดอย่างมาก” ไพโรจน์ กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทไม่ต้องการเข้าไปแข่งขันในกลุ่มสมาร์ทโฟนแบรนด์ตัวเอง เพราะมีแบรนด์จีนเข้ามาตีตลาดอยู่แล้ว จึงมองในเรื่องกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยเน้นการให้บริการที่ดีผ่านมาสคอต Tee Gee กับการเพิ่มช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อตอบสนองลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดบางจุด ที่สาขาเข้าไปไม่ถึง
“ถึงแม้จะมีจุดให้บริการกว่า 170 จุด แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ดังนั้น ในยุคที่ออนไลน์ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตมากขึ้น เราจึงเสริมช่องทางอีคอมเมิร์ซที่ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้เท่านั้น และเพิ่มกลยุทธ์การตลาดเข้าไปเพื่อกระตุ้นให้ใช้จ่ายผ่านมือถือกันมากขึ้น” ไพโรจน์ กล่าว
ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนในปี 2558 น่าจะทำยอดขายได้เกิน 70 ล้านเครื่อง คิดเป็นมูลค่าถึง 98 ล้านบาท โดยมองว่าราคาเฉลี่ยที่ลูกค้าต้องการคือ 4,000-5,000 บาท แต่ยอดขายเฉลี่ยของทีจีโฟนจะอยู่ที่ 9,000 บาท ทำให้การแข่งขันของแบรนด์จีนที่เข้ามาเจาะตลาด ยิ่งแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น
ทางด้าน ดุสิต สุขุมวิทยา ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท เจ มาร์ท กล่าวว่า ต้องยอมรับการเข้ามาทำตลาดของแบรนด์จีนทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ดุเดือดมาก จนต้องปรับแผน ครั้งใหญ่ โดยในปีนี้ยังคงอยู่ในช่วงดูสถานการณ์โดยรวมไปก่อน
“เจ มาร์ท เจอกระแสยอดขายสมาร์ทโฟนรุ่น ลาวา ในปี ที่ผ่านมา ที่ขายได้ถึง 2.5 ล้านเครื่อง กระทบยอดขายของสมาร์ทโฟนราคาถูกเกือบทุกรุ่นในตลาด เพราะเจโฟนจับกลุ่มราคา 1,690-2,690 บาท ทำให้เราต้องเน้นการทำตลาดสมาร์ทโฟนที่ใช้งานทีวีดิจิทัลในระดับราคา 4,990-6,990 บาท เพราะมีผู้เล่นในตลาดนี้เพียง 2 รายเท่านั้น” ดุสิต กล่าว
ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ธุรกิจค้าปลีก มือถือแข่งขันกันมากขึ้น เพราะลูกค้าจะได้รับสินค้าและบริการที่ดี เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจต่อไป







