
กองทุนหุ้นปันผลน่าซื้อ
ในช่วงต้นๆ ปีแบบนี้มักจะมีคำถามเข้ามาหาผมอยู่เสมอๆ ว่า ถ้าจะเริ่มลงทุนในปีนี้ มีกองทุนไหนบ้างที่น่าสนใจ และส่วนใหญ่ของคำถามนั้น มักจะเขียนต่อท้ายมาว่า “อยากได้กองทุนหุ้นปันผลที่เป็นเหมือนห่านทองคำ”
ในช่วงต้นๆ ปีแบบนี้มักจะมีคำถามเข้ามาหาผมอยู่เสมอๆ ว่า ถ้าจะเริ่มลงทุนในปีนี้ มีกองทุนไหนบ้างที่น่าสนใจ และส่วนใหญ่ของคำถามนั้น มักจะเขียนต่อท้ายมาว่า “อยากได้กองทุนหุ้นปันผลที่เป็นเหมือนห่านทองคำ”
ผมคงต้องบอกท่านนักลงทุนก่อนที่จะลงทุนกับกองทุนหุ้นก่อนนะครับว่า “ไม่มีกองทุนไหนที่จะเป็นกองทุนหุ้นปันผลที่ดีได้ตลอดเวลา” เนื่องจากว่าการปันผลนั้นจะขึ้นอยู่กับกำไรสะสมของกองทุนครับ ถ้าหากช่วงไหนที่กองทุนทำผลตอบแทนได้ไม่ดี ก็อาจจะไม่มีการจ่ายปันผลออกมาก็เป็นไปได้
จากประสบการณ์ของผม มีหลายท่านอาจจะเข้าใจว่า “กองทุนหุ้นปันผลมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า” กองทุนไม่ปันผล ซึ่งผมคงต้องบอกว่า “ไม่ใช่” ครับ เพราะว่าในความเป็นจริงแล้ว กองทุนทั้งสองประเภทนั้น “มีความเสี่ยงที่เท่ากัน” เนื่องจากว่ากองทุนทั้งสองประเภทได้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเท่ากันอย่าง “หุ้น” นั่นเอง
ส่วนหนึ่งที่หลายคนเข้าใจผิดนั้น ก็เพราะว่าเสน่ห์ของกองทุนปันผลก็คือ “กระแสเงินสด” ที่มีออกมาให้เห็นเรื่อยๆ และ “จับต้องได้” ซึ่งช่วยเสริมสร้างกำลังใจของนักลงทุน แต่ในความเป็นจริงแล้ว “กองทุนไม่ปันผล” นั้นมีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาว เนื่องจากว่ากองทุนไม่ปันผลนั้น ผู้จัดการกองทุนจะนำเงินปันผลที่ได้จากหุ้นที่อยู่ภายในกองทุนมาลงทุนต่อเนื่องให้กับเราครับ แต่ถึงอย่างนั้นกองทุนปันผลก็ยังเป็นสิ่งที่นักลงทุน “ชอบ” และบางคนถึงกับ “คลั่งไคล้” อยู่ดี พอถึงตรงนี้ถ้าท่านไหนยังคิดว่ากองทุนประเภทนี้เป็น “กองทุนที่ใช่” ถูกใจตนเองแล้วละก็ เรามาดูกันครับว่า “กองทุนหุ้นปันผล” กองทุนไหนที่น่าสนใจกันบ้าง
เนื่องจากกองทุนหุ้นปันผลในประเทศไทยนั้นมีเป็นจำนวนมาก ผมคงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ทั้งหมด แต่ผมจะคัดเลือกกองทุนที่คิดว่าทำผลงานได้ “สม่ำเสมอ” มากกว่าที่จะเลือกกองทุนที่ผลตอบแทนสูงเพียงแค่ชั่วระยะเวลาเดียว รวมถึงเป็นกองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่มักจะสามารถเอาชนะกองทุนที่ลงทุนตามดัชนีได้ตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีย้อนหลังครับ
จากค่าทางสถิติต่างๆ เราจะเห็นได้ว่ากองทุนที่ดูแล้วน่าสนใจ เนื่องจากค่า Alpha** ที่สูง คือ PISD และ KTSE ครับ แต่ความแตกต่าง คือ กองทุน PISD จะเน้นไปที่หุ้นขนาดใหญ่ ดังนั้นผลตอบแทนของกองทุนนี้จะไม่ค่อยผันผวนเท่าไหร่ ส่วน KTSE จะเน้นไปที่หุ้นที่มีพื้นฐานดี-ราคาเหมาะสมครับ ดูแล้วมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้สูง คล้ายกับ 1VALD ที่จะเน้นหุ้นที่มีขนาดเล็ก-กลางครับ
ความถี่ในการปันผลนั้นค่อนข้างจะเหมือนกัน คือ ปันผลปีละ 1 ครั้ง แต่จะมีแตกต่างกันบ้าง เช่น KTSE นั้น ถ้าหากมีกำไรมาก ก็อาจจะมีการพิจารณาปันผลได้บ่อย เช่น ในช่วงปี 2555 มีการปันผลถึง 6 ครั้งเลยทีเดียว และถ้าหากพูดถึงความสม่ำเสมอของกองทุนปันผลที่ผมเคยเห็น ก็ต้องยกให้กับกองทุน KFSDIV ของทาง บลจ.กรุงศรี ถึงแม้จะไม่ได้พูดถึงในบทความนี้ แต่ก็เป็นกองทุนที่น่าสนใจในเรื่องความสม่ำเสมอในการจ่ายปันผลครับ โดยในอดีตที่ผ่านมักจะปันผลปีละ4 ครั้ง
แต่จุดสำคัญที่นักลงทุนต้องเข้าใจก็คือ กองทุนที่ปันผลมากๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากองทุนที่ปันผลน้อย ทั้งนี้ผลตอบแทนจากกองทุนจะขึ้นกับสินทรัพย์ที่กองทุนเลือกลงทุนครับ ว่าให้ผลตอบแทนที่ดีหรือไม่
เป็นอย่างไรบ้าง ได้กองทุนที่ถูกใจกันไหมครับ?
สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมเรื่อง “ภาษีของเงินปันผล” ด้วยนะครับ เนื่องจากเงินปันผลที่ได้จากกองทุนนั้นต้องเสียภาษี โดยถ้าเรามีรายได้รวมทั้งปี แล้วต้องเสียภาษีในฐานที่มากกว่า 10% แล้วละก็ เราก็ควรที่จะแจ้งให้ บลจ.ทำการหักภาษีเงินปันผล 10% ณ ที่จ่ายไปเลยครับ เพื่อความสะดวกและได้ประโยชน์ของผู้ลงทุนเอง







