posttoday
ไทยสู่ ‘เออีซี’ พร้อมเป็น ‘ฮับ’ แต่ไร้ ‘ยุทธศาสตร์’

ไทยสู่ ‘เออีซี’ พร้อมเป็น ‘ฮับ’ แต่ไร้ ‘ยุทธศาสตร์’

13 กุมภาพันธ์ 2558

เหลือเวลาอีกไม่ถึงปี ไทยและชาติสมาชิกอาเซียนอีกทั้ง 9 ประเทศ จะผนวกรวมกันเป็นประชาคมอาเซียน (เอซี)

โดย...ธนพล ไชยภาษี

เหลือเวลาอีกไม่ถึงปี ไทยและชาติสมาชิกอาเซียนอีกทั้ง 9 ประเทศ จะผนวกรวมกันเป็นประชาคมอาเซียน (เอซี) ซึ่งประกอบไปด้วยสามเสาหลัก ได้แก่ ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (เอเอสซีซี) ประชาคมการเมืองและความมั่นคง (เอพีเอสซี) และที่จับตามองกันมากที่สุด คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

ด้วยประเทศไทยมีทำเลที่ตั้งอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของอาเซียน การไหลเวียนของสินค้าและบริการทุกอย่างอาเซียนจำเป็นต้องผ่านไทย การรวมตัวกันเป็นเออีซีจึงจะนำประโยชน์ด้านเศรษฐกิจมาสู่ไทยมหาศาล

อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะมีปัจจัยพื้นฐานที่เอื้อต่อการรวมกันเป็นประชาคมอาเซียน แต่ความวุ่นวายทางการเมืองตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้การเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซีของไทยต้องหยุดชะงัก จวบจนปัจจุบันไทยเหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 ปีเท่านั้น ทำให้เกิดเป็นข้อสงสัยว่า รัฐนาวาแห่งนี้จะพร้อมต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนหรือไม่?

ประภัสสร์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ชี้ให้เห็นถึงมุมมองในหลายประเด็น ทั้งด้านของสิ่งที่ไทยจำเป็นต้องเร่งทำก่อนเข้าสู่เออีซี และวิสัยทัศน์หลังการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

โดยแสดงทัศนะต่อการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนว่า ที่ผ่านมาไทยดำเนินการเตรียมความพร้อมและมียุทธศาสตร์ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่ด้วยสภาวะการเมืองชะงักงันทำให้ไทยแทบทำอะไรไม่ได้เลยในตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

“บางช่วงแทบเป็นอัมพาต เราทำอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่รัฐประหาร พ.ศ. 2549 ที่เสียดายที่สุด คือ เราไม่มีแม้แต่ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการเข้าสู่เออีซี ทั้งๆ ที่เมื่อเราเข้าสู่เออีซีแล้ว ไทยจะเป็นศูนย์กลางประชาคมอาเซียน เพราะฉะนั้นถ้าจะเกิดอะไรในอาเซียน ไทยจะได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะเราจะเป็นฮับของทุกๆ อย่าง ทั้งการค้าการลงทุน โลจิสติกส์ การศึกษา คือเรามีศักยภาพ แต่เราก็ไม่สามารถจะมียุทธศาสร์และนโยบายที่ชัดเจนและก็ต้องทำการบ้านอีก เยอะ”

พร้อมชี้ว่า ไทยยังไม่พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างแน่นอน เพราะแม้ไทยจะมีศักยภาพแต่ก็ไม่มียุทธศาสตร์และนโยบายที่ชัดเจนในเชิงรุก ฉะนั้นเหลือเวลาอีก 1 ปี ไทยต้องเร่งพัฒนาและปรับโครงสร้างเพื่อให้ทัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พอถึงวันที่ 1 ม.ค. 2559 แล้วไทยจะทำอะไรต่อไปไม่ได้ เพราะจริงๆ แล้ว การกำหนดเวลาเป็นเรื่องของความต่อเนื่องเหมือนเป็นเชิงสัญลักษณ์มากกว่า

ประภัสสร์ อธิบายต่อไปว่า ในช่วงหนึ่งปีที่เหลือ ซึ่งที่ไม่น่าจะทันท่วงทีสำหรับการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะไทยก็ยังไม่มีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ที่ผ่านมามีการมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทำแผนแม่บท (โรดแมป) จนได้ออกมาเป็น “8 ยุทธศาสตร์เพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พ.ศ. 2558” แต่ก็ไม่ตอบโจทย์

“ถ้าเทียบกับทีมฟุตบอล 8 ยุทธศาสตร์ ก็คือ การเตรียมความพร้อมก่อนลงสนาม แต่ยุทธศาสตร์ว่าลงสนามแล้วเราจะเล่นอย่างไร ตรงนี้เรายังไม่มี”

ดังนั้น ในช่วงหนึ่งปีที่เหลือนี้ ประเทศไทยควรจะต้องมีกลไกขึ้นมาใหม่ อาจเป็นกระทรวงอาเซียน หรือคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ ที่นายกรัฐมนตรีต้องลงมาดูแลเรื่องนี้โดยตรงเพื่อให้งานราบรื่น

ประภัสสร์ ทิ้งท้ายไว้ว่า อีกหนึ่งประเด็นที่ไทยจะเพิกเฉยไม่ได้หลังจากการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน คือ ความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีกับเพื่อนบ้าน ซึ่งไทยมีทั้งปัญหาด้านการปักปันเขตแดน ความรู้สึก นับเป็นโจทย์ใหญ่ในนโยบายต่างประเทศของไทย

“เราเคยสนิทกับกัมพูชาช่วงหนึ่ง แต่พอเกิดปัญหาเขาพระวิหารเขาก็ไปหาจีนหมดแล้ว พม่าเราก็ไม่ชอบ แถมยังมีระเบิดเวลาเรื่องการปักปันเส้นพรมแดนทางตะวันตกของไทยซึ่งยาวกว่า 2,000 กม. กับลาวก็มีเรื่องการปักปันเขตแดนแม่น้ำโขง ทั้งที่จริงๆ แล้วเราน่าจะซี้กัน เพราะเป็นประเทศเดียวในโลกที่พูดกันรู้เรื่อง แต่ก็เราก็ทำพังอีก เพราะการทูตเรา นักธุรกิจเรา ไปทำแย่ไว้เยอะ ไปกอบโกยเขา ทำอำนาจบาตรใหญ่ ฉะนั้นลาวก็ไปหาจีนหาเวียดนามมากขึ้น ซึ่งนับว่าน่าเสียดายมาก”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท