posttoday
จ่อขยับรับศก.ซบ

จ่อขยับรับศก.ซบ

13 กุมภาพันธ์ 2558

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงติดตามการปล่อยสินเชื่อเพื่อการบริโภค โดยประเมินว่าปีนี้ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นบ้าง หลังจากปี 2557 เอ็นพีแอลสินเชื่ออุปโภคบริโภคจากกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์ บัตรเครดิต เพิ่มขึ้น ขณะที่เอ็นพีแอลกลุ่มสินเชื่อเอสเอ็มอีลดลง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงติดตามการปล่อยสินเชื่อเพื่อการบริโภค โดยประเมินว่าปีนี้ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นบ้าง หลังจากปี 2557 เอ็นพีแอลสินเชื่ออุปโภคบริโภคจากกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์ บัตรเครดิต เพิ่มขึ้น ขณะที่เอ็นพีแอลกลุ่มสินเชื่อเอสเอ็มอีลดลง

จาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ในปี 2557 ยอดคงค้างเอ็นพีแอล 277.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5 พันล้านบาท จากปีก่อน โดยสัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมทรงตัวที่ 2.15% แต่สัดส่วนเอ็นพีแอลสุทธิอยู่ที่ 1.08% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ทั้งนี้ คุณภาพสินเชื่ออุปโภคบริโภคมีแนวโน้มด้อยลงบ้าง โดยสัดส่วนเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.4% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 2.2% โดยมาจากสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอี แนวโน้มเอ็นพีแอลลดลง ส่วนสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention Loan : SM) เพิ่มขึ้นเป็น 336.4 พันล้านบาท จากสินเชื่อภาคอุตสาหกรรมการผลิต ส่งผลให้สัดส่วน SM ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มจาก 2.4% เป็น 2.6% แต่ธนาคารพาณิชย์มีการกันเงินสำรองในระดับสูงต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนเงินสำรองที่มีต่อเงินสำรองพึงกันเพิ่มขึ้นเป็น 169.4%

จาตุรงค์ ยอมรับว่า ในปี 2558 เอ็นพีแอลของสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อเพื่อการบริโภคจะเร่งตัวขึ้นบ้าง ขณะที่แนวโน้มเอ็นพีแอลโดยรวมของระบบไม่ได้เลวลง จะทรงตัวอยู่ที่  2.15% ของสินเชื่อรวม

นอกจากนี้ ธปท.คาดว่า ปีนี้สินเชื่อจะโต 7% อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่โต 5%  แต่การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ยังมีความระมัดระวังในระดับหนึ่ง มีการดูแลคุณภาพสินเชื่อ โดยสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคจะขยายตัวได้ดีกว่าสินเชื่อในภาคธุรกิจ เนื่องจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่หันไประดมทุนจากตลาดพันธบัตร การออกหุ้นกู้ และระดมทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น เพราะอัตราดอกเบี้ยต่ำ

“เริ่มเห็นสัญญาณสินเชื่อรวมในไตรมาสแรกปีนี้เร่งขึ้นบ้างแล้วเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้ว โดยสินเชื่อที่จะเติบโตได้ดี คือ สินเชื่อกลุ่มสาธารณูปโภค อสังหาริมทรัพย์ และก่อสร้าง ตามโครงการลงทุนของรัฐ และความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่ยังขยายตัวในระดับที่ดี ส่วนการแก้ไขกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวกับการค้ำประกันและจดจำนอง ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีผลต่อการขยายตัวของสินเชื่อปีนี้แค่ไหน” จาตุรงค์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้ครัวเรือนคงไม่กระทบต่อการปล่อยกู้ของระบบธนาคารมากนัก เพราะถ้าเศรษฐกิจปีนี้โตได้ 4% รายได้ของคนจะเพิ่มขึ้น สัดส่วนของหนี้จะทยอยลดลง แต่การก่อหนี้ใหม่ และการลดลงของหนี้เดิมคงต้องใช้เวลาอีกระยะ

สำหรับปี 2557 สินเชื่อรวมทั้งระบบมียอดคงค้าง 11.24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% อัตราการเติบโตลดลงจากปีก่อนที่โต 11% โดยลดลงทุกประเภทสินเชื่อ คือ สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ มียอดคงค้าง 3.57 ล้านล้านบาท เติบโต 6.2% อัตราเติบโตลดลงจากปีก่อนที่ 6.6%

ด้านสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี มียอดคงค้าง 4.18 แสนล้านบาทเติบโต 2.2% อัตราเติบโตลดลงจาก 14.7% ในช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เชื่อว่าปีนี้สินเชื่อเอสเอ็มอีคงไม่ลดลงมากจนทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีล้มเลิกกิจการ เนื่องจากธนาคารดูแลลูกค้าดี มีการให้สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง แต่สินเชื่อเพื่อขยายการลงทุนยังโตน้อย ส่วนสินเชื่อเพื่อการบริโภค มียอดคงค้าง 3.5 ล้านล้านบาท เติบโต 7.4% อัตราเติบโตลดลงจาก 12.9%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี