
‘คราวด์ฟันดิ้ง’ แหล่งทุนธุรกิจญี่ปุ่นอ่วมสึนามิ
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2011 คลื่นยักษ์สึนามิได้พัดถล่มหลายเมืองของญี่ปุ่น หนึ่งในนั้นก็คือ เมืองริคุเซ็นทากาตะ จังหวัดอิวาเตะ จนทำให้โรงงานผลิตซอสถั่วเหลือง “ยากิซาวะ โชวเต็น” ที่ตั้งมายาวนานกว่า 200 ปีของครอบครัว “มิชิฮิโระ โคโนะ” เสียหายอย่างหนัก และทำให้ทายาทรายนี้ถึงกับหมดหวังกับอนาคตของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน โรงงานผลิตซอสถั่วเหลืองกลับมาเดินได้อีกครั้ง และยอดขายก็ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 70% ของยอดขายก่อนหน้าที่จะเกิดภัยพิบัติดังกล่าว ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจแห่งนี้ก็มาจาก “การระดมทุนมวลชนทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คราวด์ฟันดิ้ง” นั่นเอง
“มีปัญหามากมายที่ต้องจัดการ ซึ่งนั่นก็คือการแข่งขันกับเวลาที่จะต้องระดมทุนเพื่อตั้งธุรกิจขึ้นอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็ต้องจ้างพนักงานทุกคนเอาไว้ โดยแม้ว่าตอนนั้นเราจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับกองทุนอะไรเลย แต่เมื่อเราได้รับการแนะนำเราก็วิ่งเข้าหา” โคโนะ กล่าวกับบลูมเบิร์ก
ทั้งนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่าทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะได้ระดมเงินทุนเข้าช่วยเหลือ ทว่า การช่วยเหลือก็เป็นไปอย่างล่าช้าทำให้ทางโคโนะไม่มีทางเลือก จึงเลือกที่จะระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิ้งแทน
“คราวด์ฟันดิ้งนั้นมีความนิยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นทางที่จะให้ความช่วยเหลือ หลังจากเกิดภัยพิบัติ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งทางนี้ไม่ได้เป็นเพียงแต่เครื่องมือในการระดุมทุน ทว่า ยังเป็นหนทางที่จะสำรวจกลุ่มคนที่จะซื้อสินค้าของธุรกิจด้วย” ยูซึเกะ นากาดะ นักวิเคราะห์ของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ รีเสิร์ช แอนด์ คอนเซาท์ติง กล่าว
โคโนะสามารถระดมทุนได้มากถึง 150 ล้านเยน (ราว 41 ล้านบาท) ผ่าน 2 กองทุน ของ “มิวสิค ซีเคียวริตี้ อิงค์” ซึ่งเป็นบริษัทการจัดการนักดนตรีและการลงทุนในกรุงโตเกียว โดยทั้งสองกองทุนเสนอให้นักลงทุนในหุ้นหน่วยละ 1 หมื่นเยน ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นการบริจาค อีกครึ่งหนึ่งเป็นการลงทุนที่อาจจะได้เงินปันผลหรือไม่ก็ได้
“คนจำนวนมากที่ลงทุนเหล่านี้มักไม่ได้คำนึงมากนักถึงเรื่องผลกำไร ทว่า พวกเขารู้สึกเห็นอกเห็นใจกับบริษัท และความพยายามต่างหาก” มาซามิ โคมัทซุ ประธานของมิวสิค
ซีเคียวริตี้ เปิดเผยกับบลูมเบิร์ก
ไดซึเกะ โคยาสุ ที่ปรึกษาด้านเครื่องดื่มและอาหาร คือหนึ่งในนักลงทุนของยากิซาวะ โชวเต็น โดยโคยาสุ กล่าวว่า แทนที่จะนำเงินไปบริจาคให้กับองค์กรที่ไม่มีตัวตน เจ้าตัวเลือกจะนำเงินมาให้กับสิ่งที่คุ้นเคยจะดีกว่า
โคมัทซุ จากมิวสิค ซีเคียวริตี้ เล่าว่า ได้พบกับโคโนะหลังจากที่เจ้าตัวได้ทวีตข้อความว่าต้องการตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เจ้าหน้าที่ของเมืองที่ได้เห็นข้อความดังกล่าวจึงได้แนะนำโคมัทซุให้กับเจ้าของธุรกิจผู้ผลิตซอสถั่วเหลืองดังกล่าว
หลังจากนั้น เมื่อได้พบกันและช่วยระดมทุนให้กับธุรกิจแล้ว โคมัทซุยังได้พยายามบอกกับผู้กำกับดูแลด้านการเงินของประเทศให้เปิดทางนับ ว่า เงินทุนที่ระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิ้งได้นั้นเป็นเงินทุนของธุรกิจด้วย โดยการกระทำดังกล่าวได้ช่วยเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือของยากิซาวะ โชวเต็น จนทำให้ทางธุรกิจสามารถกู้ยืมสินเชื่อจากธนาคารได้
เมื่อเห็นว่าโคโนะเริ่มตั้งตัวขึ้นมาได้อีกครั้งจากการระดมทุนดังกล่าว “มาซายูกิ คิมูระ” เพื่อนบ้านของโคโนะ ซึ่งทำธุรกิจร้านขนมเล็กๆ จึงเลือกที่จะเอาอย่างบ้าง โดยคิมูระได้นั่งรถไฟไปที่โตเกียว เพื่อพูดคุยกับมิวสิค ซีเคียวริตี้ และ 6 เดือนต่อมา ทางธุรกิจจึงสามารถระดมทุนได้มากถึง 25 ล้านเยน (ราว 6.85 ล้านบาท) และใช้เงินดังกล่าวไปกับการเช่าร้านชั่วคราว และซื้อเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ
“เงินสดดังกล่าวช่วยทำให้เราทำอะไรง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยเรากำลังเตรียมตัวที่จะเปิดร้าน ในวันที่ 7 มี.ค.นี้ และผลิตขนมเพิ่ม รวมถึงจ้างพนักงานอีก 10 คน” คิมูระ กล่าว
อ้างอิงจากเว็บไซต์ของมิวสิค ซีเคียวริตี้ ทางบริษัทสามารถระดมทุนผ่าน 40 กองทุน ช่วยบริษัทต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนั้นได้มากถึง 1,080 ล้านเยน (ราว 295 ล้านบาท) เลยทีเดียว
ทั้งนี้ แม้ว่าทางญี่ปุ่นจะยังไม่ได้มีการเก็บตัวเลขการเติบโตในการระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิ้ง แต่ทางนากาดะ นักวิเคราะห์ของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจฯ ก็ระบุว่า การระดมทุนดังกล่าวเติบโตอย่างมากนับตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้จึงน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยพลิกฟื้นธุรกิจรายย่อยแดนปลาดิบเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
ประโยชน์ของคราวด์ฟันดิ้งในญี่ปุ่น
- ฟื้นธุรกิจที่รับผลกระทบจากสึนามิ
- เข้าถึงเงินทุนได้รวดเร็วกว่าการรอรับความช่วยเหลือ
- นักลงทุนสามารถลงทุน พร้อมกับช่วยเหลือธุรกิจได้ในคราวเดียวกัน







