
กรมชลฯเตือนงดเพิ่มพื้นที่ทำนาปรัง
กรมชลฯ เตือนงดเพิ่มพื้นที่ทำนาปรัง ลดเสี่ยงขาดแคลนน้ำในอนาคต เผยเขื่อนใหญ่มีน้ำ44-60% ของความจุอ่าง
กรมชลฯ เตือนงดเพิ่มพื้นที่ทำนาปรัง ลดเสี่ยงขาดแคลนน้ำในอนาคต เผยเขื่อนใหญ่มีน้ำ44-60% ของความจุอ่าง
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน ระบุว่า ผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขณะนี้มีการใช้น้ำไปแล้ว 1,866 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)คิดเป็น 64 % ของแผนจัดสรรน้ำฯ(แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งฯ กำหนดไว้ 2,900 ล้านลบ.ม.) สำหรับผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ล่าสุด(ณ 30 ม.ค. 58) มีรายงานว่า เกษตรกรในลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้มีการทำนาปรังไปแล้วกว่า 4.40 ล้านไร่ ในส่วนของสถานการณ์ความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน ปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
อนึ่ง ขณะนี้เข้าสู่ช่วงกลางฤดูแล้งแล้ว เพื่อให้การใช้น้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด และเพียงพอใช้ตลอดในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้ง ลดความเสี่ยงต่อผลผลิตขาดแคลนน้ำในอนาคต จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้งดเพิ่มพื้นที่ทำนาปรังต่อเนื่อง สำหรับปริมาณน้ำที่ระบายลงมาในขณะนี้ จะเน้นไปใช้ในเรื่องของการอุปโภค-บริโภค การผลิตประปา และรักษาระบบนิเวศน์ ตลอดทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา
สำหรับ รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด(9 ก.พ. 58) ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 5,941 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 44 % ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,141 ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 5,667 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 60% ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,871 ล้านลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 554 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 59% ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 511 ล้านลบ.ม. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำ 578 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็น 60 % ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 575 ล้าน ลบ.ม. รวมทั้ง 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 6,044 ล้านลบ.ม.







